วันศุกร์ที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

First Challenge : All New Suzuki Ciaz อีโคคาร์สุดภูมิฐาน..มาดผู้ดีกว่าใครๆ..!!



       การที่จะตัดสินใจเลือกซื้อรถสักคันนอกจากจะมีความพร้อมเรื่องทรัพย์ที่จะต้องจ่ายแล้ว การเลือกรถคู่ใจก็เป็นสิ่งที่จะต้องคิดหนักแบบสุดๆเช่นกัน เพราะต้องเลือกให้เหมาะสมกับความต้องการของเราให้มากที่สุด ผมเคยคุยกับคนที่บ้านว่า "ถ้าจะถอยรถสักคันเนี่ย..เอาเก๋งเล็กๆก็พอเน้าะ?" แต่เสียงตอบกลับก็ไม่เป็นไปอย่างที่คิด เพราะที่บ้านยังอยากได้รถกระบะสี่ประตูเผื่อว่าวันใดวันนึงมีของต้องขน จะได้บรรทุกไปแบบชิลๆ ห้องโดยสารจุคนได้สัก 4-5 คนจะได้นั่งกันสบายๆหน่อย อืมม!! ก็มีเหตุมีผลนะ 

       แต่เอาเข้าจริงๆแล้วใช้ชีวิตในเมืองก็แทบไม่ได้บรรทุกอะไรมากมาย ถ้าเป็นรถเก๋งขนาด B-C Segment ก็น่าจะตอบโจทย์เราได้ดีกว่า หรือไปเล่นรถ Eco Car ยังได้เลย สมัยนี้ต้องเน้นประหยัดๆไว้ก่อน ผมเชื่อว่าคนส่วนหนึ่งต้องเคยมีเหตุการณ์แบบนี้แน่นอน เพราะเราชอบอย่างเดียวไม่พอ พ่อ แม่ หรือผบ.ย่อมมีอิทธิพลในการตัดสินใจด้วยทั้งนั้น ซึ่งก็ต้องคุยกันยาวเลยทีเดียว ฮ่าๆๆ 

       ในปัจจุบันรถ Eco Car ก็ยังเป็นรถที่ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่หรือคนในเมือง เพราะมีความเหมาะสมในหลายๆด้าน รวมถึงความประหยัดน้ำมันที่สามารถทำได้ดีด้วย อย่างเช่นซูซูกิค่ายรถอินดี้มีรถที่ร่วมโครงการนี้สองรุ่นด้วยกัน ได้แก่ Swift และ Celerio ก็มีกระแสตอบรับอย่างดี แต่นั่นยังไม่พอ Suzuki ยังปล่อยรถอีโคคาร์ปิดท้ายในเฟสแรกออกมากระตุ้นตลาดอีกครั้งในชื่อ Suzuki Ciaz นั่นเองครับ เปิดตัวไปเมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2558 พร้อมรูปลักษณ์ที่ต้องบอกว่าสวยไม่แพ้กลุ่ม B-C Segment

       Suzuki Ciaz ถูกเปิดตัวครั้งแรกในประเทศอินเดียซึ่งเป็นตลาดหลักของซูซูกิ และตามด้วยประเทศจีนที่ขายในชื่อ Alivio (อัลลิวิโอ) และล่าสุดก็ได้เผยโฉมในไทยอย่างเป็นทางการสักที หลังจากที่หลายคนก็รอมานานพอสมควร ซึ่งซูซูกิซอยรุ่นออกมาทั้งหมด 4 รุ่นย่อย ได้แก่ รุ่น GA MT, รุ่น GL MT, รุ่น GL CVT และรุ่น GLX CVT ส่วนรุ่น GLS (Top of the line) จะเปิดตัวในภายหลัง ซึ่งก็เท่ากับว่า ณ ตอนนี้รุ่น GLX CVT คือเทียบเท่ารุ่นท็อป ซึ่งเป็นรุ่นที่ผมได้สัมผัสมาครับ




       ก่อนหน้านี้เราก็พอจะทราบแล้วล่ะว่า Suzuki Ciaz จะเข้าไทยในนามรถอีโคคาร์ แต่ด้วยรูปลักษณ์ที่ดูหล่อดูสวยดูดีกว่ารถในโครงการด้วยกันอย่างชัดเจน ก็เดาได้เลยว่ามันจะเป็นรถอีกคันที่ได้รับความนิยมพอสมควรเลย ด้านหน้าจะมีดีไซต์ที่โดดเด่นและลงตัวแบบสุดๆ งานนี้ซูซูกิลงทุนยัดไฟหน้าแบบโปรเจ็กเตอร์มาให้ทุกรุ่น เรียบหรูด้วยกระจังหน้าและกันชนล่างที่ให้ความสปอร์ต ตัวถังมีขนาดค่อนข้างใหญ่ ในช่วงฐานล้อที่ยาว แสดงว่ารถคันนี้จะต้องมีเนื้อที่ภายในห้องโดยสารมากพอสมควร (ซึ่งเราจะพูดในลำดับต่อไป) ไฟท้ายที่หลายๆคนบอกว่าเหมือน Honda City จังเลย ฮ่าๆๆ มันก็คล้ายๆกันแหละครับ แต่บอกเลยว่าเจ้านี่ทำมาตั้งแต่ตัวคอนเซ็ปต์แล้วก่อนแล้ว!! ซึ่งภายนอกโดยรวมของรถคันนี้มีความสวยหรู ติดสปอร์ต และที่สำคัญผมกล้าพูดว่ามันเป็นรถที่ดูภูมิฐานที่สุดในรถอีโคคาร์และกลุ่มบีเซ็กเมนต์!!

       มิติตัวรถมีความยาวทั้งหมด 4,490 มิลลิเมตร ความกว้าง 1,730 มิลลิเมตร ความสูง 1,475 มิลลิเมตร และมีฐานล้อยาว 2,650 มิลลิเมตร ถ้าเทียบกับ Nissan Almera ที่มีตัวถังใกล้เคียงกัน จะมีความยาว 4,425 มิลลิเมตร ความกว้าง 1,695 มิลลิเมตร ความสูง 1,500 และฐานล้อยาว 2,600 มิลลิเมตร จะเห็นได้ว่าซูซูกิ เซียส มีความยาวกว่าอัลเมร่าอยู่ 65 มิลลิเมตร กว้างกว่า 35 มิลลิเมตร เตี้ยกว่า 25 มิลลิเมตร และฐานล้อยาวกว่าถึง 50 มิลลิเมตร




Options ภายนอกที่ให้มาในแต่ละรุ่น เริ่มจากรุ่น GA
  • ไฟหน้าแบบโปรเจ็กเตอร์
  • กระจกสีตัดแสง
  • ไฟเลี่ยวข้างตัวรถ
  • ไล่ฝ่ากระจกหลัง
  • ที่ปัดน้ำฝนแบบหน่วงเวลา
  • กระจกมองข้างสีดำปรับไฟฟ้า
  • กระจกมองหลังปรับแสงได้
  • กระจังหน้าสีดำ
  • ที่เปิดประตูสีดำ
  • แผงทับทิมสะท้อนแสงด้านหลัง
  • ล้อกระทะขนาด 185/65R15
รุ่น GL สิ่งที่ได้เพิ่มจากรุ่น GA ได้แก่
  • กระจกมองข้างสีเดียวกับตัวรถ
  • กระจังหน้าโครเมียม
  • ล้อกระทะพร้อมฝาครอบ
รุ่น GLX สิ่งที่ได้เพิ่มจากรุ่น GL ได้แก่
  • ไฟตัดหมอกคู่หน้า
  • กระจกมองข้างปรับและพับไฟฟ้า พร้อมไฟเลี้ยวในตัว
  • ที่เปิดประตูตกแต่งโครเมียม
  • ล้ออัลลอย ขนาด 185/65R15


       ก่อนที่จะเปิดเข้าไปชมภายในห้องโดยสาร องศาความกว้างของประตูทั้งบานหน้าและหลังนั้นมีพื้นที่เหลือเฟือครับ กว้างขวางมาก คนตัวใหญ่ๆสูงๆสามารถสอดตัวเข้าไปได้อย่างสบาย และเมื่อเข้านั่งหลังพวงมาลัย สิ่งแรกที่รู้สึกได้คือ มันหรูหราเกินหน้าเกินตาค่ายอื่นมาก ทุกอย่างถูกจัดไว้อย่างลงตัวและใช้งานง่าย พวงมาลัยยกมาจาก Swift แต่จะมีการกรีดลายตกแต่งโครเมียม มาตรวัดก็ถูกจัดใว้แบบสวิฟท์แต่จะดูหรูกว่ากันชัดเจน พร้อมจอ MID บอกรายละเอียดต่างๆ ช่องแอร์ริมฝั่งซ้ายขวาเป็นทรงสี่เหลี่ยม และตรงกลางคอนโซลฝั่งขวาจะมีลักษณะการดีไซต์เอียงเข้าหาผู้ขับขี่ 

       ในส่วนของชุดเครื่องเสียงก็ยังจัดไว้อย่างเรียบง่าย ใช้งานสะดวก ซึ่งจะมีการตกแต่งด้วยวัสดุสีเงินที่ลากคั่นกลางคอนโซล ข้อดีคือมันได้ความสวยงามนะ แต่ถ้าขับไปที่ที่มีแดดจัดๆแสงก็อาจจะสะท้อนเข้าตาได้ เบาะนั่งด้านหน้าถือว่าให้ความสบายพอสมควร คือที่รองนั่งมีการรองรับกับต้นขาได้ดี ซึ่งไม่สั้นไม่ยาว ปีกด้านข้างโอบกระชับดีมากและพนักพิงไม่ดันศีรษะเลย ส่วนพื้นที่ด้านหลังจะกว้างขวางมากกกก เข้าไปนั่งปุ้บ!! จะรู้เลยว่ามันโอ่งอ่าจริงๆ เบาะรองนั่งยาวพอประมาณ ถ้ายาวกว่านี้จะดีมาก และมีมุมเงยที่พอเหมาะ พนักพิงหลังเอนเยอะพอสมควรนะ แต่เสียดายตรงที่พนักพิงศีรษะมันเป็นชิ้นเดียวกับตัวเบาะ ปรับขึ้นลงไม่ได้ แต่ก็ยังดีที่ให้ที่วางแขนกลางเบาะพร้อมที่วางแก้วสองช่อง แต่เบาะก็ไม่สามารถที่จะแยกพับแบบ 60:40 เลยสักรุ่น พื้นที่วางขาห่างจากเบาะหน้าเยอะมากครับ นั่งไขว่ห้างได้เป็นอะไรที่จิ๊บจ๊อยมากสำหรับรถคันนี้ แต่พื้นที่เหนือศีรษะในฐานะที่ผมสูง 178 ซม. ก็แอบมีเฉี่ยวๆเหมือนกันนะ 




ใต้ชุดเครื่องเสียงจะมีที่วางแก้ว และช่องเชื่อมต่อต่างๆ โดยมีฝาปิดไว้เพื่อความเรียบร้อย

อุปกรณ์ภายในของรุ่น GA จะมีดังนี้
  • เบาะผ้า
  • กระจกหน้าต่างไฟฟ้า Auto ฝั่งคนขับ
  • ระบบปรับอากาศธรรมดา
  • ฝากระโปรงหลังเปิดไฟฟ้า
  • พวงมาลัยสามก้านวัสดุยูรีเทน ปรับสูงต่ำได้
  • พวงมาลัยพาวเวอร์ไฟฟ้า
  • จอแสดงผล MID
  • ที่วางแก้ว 8 จุด
  • ช่องจ่ายไฟสำรอง 12V
  • ที่วางแขนกลางเบาะหลัง
รุ่น GL สิ่งที่ได้เพิ่มจากรุ่น GA ได้แก่
  • เครื่องเล่นวิทยุ CD MP3 และ WMA
  • ลำโพง 4 ตัว
  • ช่องเชื่อมต่อ AUX และ USB
  • เบาะนั่งฝั่งคนขับปรับสูงต่ำได้
รุ่น GLX สิ่งที่ได้เพิ่มจากรุ่น GL ได้แก่
  • ปุ่มสตาร์ทเครื่องยนต์
  • ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ
  • Bluetooth
  • พวงมาลัยหุ้มหนัง พร้อมปุ่มมัลติฟังก์ชัน
  • มือจับประตูด้านในโครเมียม

       จะเห็นได้ว่ารุ่น GA นั้นจะไม่มีชุดเครื่องเสียงมาให้เลย รถยุคนี้แล้วแต่ไม่ใส่มาให้เนี่ยนะ เฮ้อ! มามุกเดียวกันกับ Celerio อีกละ (ถึงจะเป็นรุ่นถูกสุดแต่ก็เถอะนะ) และขอตินิดนึงว่าเบาะหลังน่าจะทำให้แยกพับได้ เพื่อที่จะเพิ่มความอเนกประสงค์ให้กับผู้ใช้ แต่นอกนั้นก็ถือว่าโอเคครับ ออพชันไม่ได้มีมากมายเท่าไหร่นัก ซึ่งเป็นไปได้ว่าอาจจะเอาไปใส่ในรุ่น GLS โป้งเดียวเลย! แต่จุดเด่นสำคัญของรถคันนี้จะอยู่ที่พื้นที่ภายในห้องโดยสาร โดยเฉพาะพื้นที่ด้านหลังนั้นกว้างมากๆ และตัวเบาะก็นั่งสบาย

       ขุมพลังจะเป็นตัวเดียวกับของ Suzuki Swift แต่จะมีการปรับจูนใหม่ให้ดีขึ้น โดยใช้เครื่องยนต์ K12B 4 สูบ 16 วาล์ว ความจุ 1,242 ซีซี ให้กำลังสูงสุด 91 แรงม้า ที่ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิด 118 นิวตัน-เมตร ที่ 4,800 รอบต่อนาที จะมีทั้งเกียร์ธรรมดา 5 สปีด และเกียร์อัตโนมัติแบบ CVT 

       ชุดช่วงล่างด้านหน้าเป็นแม็กเฟอร์สัน สตรัท พร้อมคอยล์สปริง ด้านหลังเป็นแบบทอร์ชั่นบีม พร้อมคอยล์สปริง ระบบเบรคหน้าดิสก์หลังดรัม




ระบบความปลอดภัยก็ถือว่าให้มาแบบพอเพียง(แต่ไม่เพียงพอ) ดังนี้
  • ถุงลมนิรภัยคู่หน้า
  • ระบบช่วยเบรค BA
  • ไฟเบรคดวงที่สาม
  • ระบบเซ็นทรัลล็อก
  • กุญแจนิรภัย Immobilizer
  • ระบบสัญญาณกันขโมย
  • สัญญาณเตือนเมื่อลืมปิดไฟหน้าหรือลืมกุญแจ
  • สัญญาณเตือนเมื่อไม่คาดเข็มขัดนิรภัยฝั่งคนขับ
  • เข็มขัดนิรภัยหน้าแบบดึงกลับอัตโนมัติ และปรับสูงต่ำได้
  • ข็มขัดนิรภัยด้านหลังแบบ ELR 3 จุด 2 ตำแหน่ง และ 2 จุด 1 ตำแหน่ง
  • ระบบเบรคกันล้อล็อก ABS และกระจายแรงเบรค EBD (เฉพาะรุ่น GL และ GLX)
โดยราคาของ Suzuki Ciaz จะมีดังนี้
- รุ่น GA MT ราคา 484,000 บาท
- รุ่น GL MT ราคา 523,000 บาท
- รุ่น GL CVT ราคา 559,000 บาท
- รุ่น GLX CVT ราคา 625,000 บาท

โดยจะมีสีทั้งหมด 5 สี คือ 

- สีขาว (Snow White Pearl)
- สีบรอนด์เงิน (Star Silver Metallic)
- สีเทา (Mineral Grey Metallic)
- สีดำ (Super Black Pearl)
- และสีน้ำตาลส้มใหม่ (Dignity Brown Pearl Metallic)     

       สรุปแล้ว Suzuki Ciaz ถือว่าเป็นรถอีโคคาร์ที่มีความน่าสนใจอีกรุ่นหนึ่ง ถึงแม้ตอนนี้รุ่น GLS ยังไม่ได้จำหน่าย แต่รุ่นรองลงมาก็ยังสร้างยอดจองและส่งมอบไปแล้วหลายคัน จุดเด่นของรถคันนี้อยู่ที่การดีไซต์ให้มีภาพลักษณ์แบบผู้ดีกว่ารถระดับเดียวกัน การออกแบบที่ดูภูมิฐานกว่า มันจึงช่วยยกระดับรถคันนี้ให้น่าสนใจมากขึ้น พื้นที่ภายในห้องโดยสารที่กว้างขวางสุดๆ ก็สามารถตอบโจทย์ได้หลากหลายเช่นกัน แต่เมื่อมองไปดูออพชันที่ให้มา บางอย่างก็ดี บางอย่างก็ขาด เพราะให้ไฟหน้าโปรเจ็กเตอร์มาให้ทุกรุ่น แต่ในรุ่นถูกสุดดันตัดชุดเครื่องเสียงออกและใส่เพียงระบบช่วยเบรค BA มาให้เท่านั้น ไร้ซึ่ง ABS และ EBD จะดีกว่าไหมถ้าเอาไฟหน้าธรรมดาแต่ยัดพวกที่เหลือไปไว้แทน?? หึหึ หรือว่าเขาศึกษานิสัยคนไทย(ส่วนใหญ่)แล้วว่าชอบออพชันเยอะๆ นู่น! นี่! นั่น! ต้องใส่มานะ จนมองข้ามระบบความปลอดภัยไปซะแล้ว (ถึงค่ายอื่นก็ไม่ใส่มาให้ แต่ พ.ศ.นี้น่าจะยัดมาได้แล้ว) แต่ทั้งนี้ก็อยู่ที่ตัวคุณๆทั้งหลายแล้วล่ะว่าจะรับกับรถคันนี้ได้ไหม ซึ่งก็รวมไปถึงการขับขี่ด้วยว่าเพียงพอหรือเปล่า..ถ้ารับได้ Suzuki Ciaz ก็เป็นตัวเลือกที่มิอาจมองข้ามได้..!!

ติดตามข่าวสารยานยนต์ได้บนแฟนเพจ MZ Crazy Cars คลิกที่นี่
************************************

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น