วันเสาร์ที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

Mitsubishi Outlander Sport Minorchange ปรับลุคใหม่ตามดีไซต์ Dynamic Shield..!!


       ปัจจุบันค่ายรถหลายค่ายโดยเฉพาะฝั่งญี่ปุ่นต่างมีการเปลี่ยนธีมการออกแบบใหม่ให้เป็นเอกลักษณ์มากขึ้น เช่นเดียวกับค่ายเพชรสามเม็ดหรือทรีไดมอนด์ที่มีการใช้ Dynamic Shield Design ใน Mitsubishi Outlander Minorchange (ปรับใช้)เป็นรุ่นแรก ก่อนที่ All New Pajero Sport จะเป็นรุ่นที่ใช้ธีมดีไซต์เต็มรูปแบบคันแรก..!!

ล่าสุดมิตซูบิชิก็ได้เผยโฉม Mitsubishi ASX/Outlander Sport Minorchange ในงาน LA Auto Show 2015 ที่พยายามเอา Dynamic Shield Design เข้าไปใส่ให้ดูทันยุตทันสมัยกับพี่น้องที่ปรับไปก่อนหน้านี้ 


เอกลักษณ์สำคัญแน่นอนเลยคือช่วงกระจังหน้าและกันชนหน้าใหม่แบบโครเมียมทรงตัวเอ็กซ์ ไฟหน้าโปรเจคเตอร์แบบ LED ทรงเดิม ล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว ส่วนภายในมีการปรับเล็กๆ ชุดเครื่องเสียงใหม่พร้อมจอขนาด 6.1 นิ้ว

เครื่องยนต์มีให้เลือก 2 แบบ คือเครื่องเบนซิน ขนาด 2.0 ลิตร กำลัง 148 แรงม้า แรงบิด 196 นิวตันเมตร และเครื่องเบนซิน ขนาด 2.4 ลิตร กำลัง 168 แรงม้า แรงบิด 226 นิวตันเมตร ส่งกำลังผ่านระบบเกียร์ธรรมดา 5 สปีด และเกียร์อัตโนมัติแบบ CVT 


ส่วนระบบความปลอดภัยก็จัดมาให้แบบเต็มๆ เช่น ถุงลมนิรภัย 7 จุดรอบคัน, ระบบควบคุมการทรงตัว ASC, กับระบบป้องกันการลื่นไถล TCL และระบบช่วยขึ้นบนทางลาดชันก็มีมาให้อุ่นใจทุกการขับขี่

       Mitsubishi ASX/Outlander Sport Minorchange จะมีราคค่าตัวตีเป็นเงินไทยประมาณเจ็ดแสนบาท ซึ่งจะเปิดจำหน่ายในสหรัฐอเมริกาเป็นที่แรกเร็ว ๆ นี้..!!

ติดตามข่าวสารยานยนต์ได้บนแฟนเพจ MZ Crazy Cars คลิกที่นี่
************************************

Benelli Leoncino 2016 รถสไตล์ Scrambler กับดีไซต์สุดหล่อ ขายจริงปีหน้า..!!


       ในงาน Eicma Milano 2015 ปีนี้ถือว่าคึกคักเป็นพิเศษ เนื่องจากมีรถโมเดลใหม่ๆเปิดตัวกันหลากหลายรุ่นจากหลาย ๆ ค่าย ซึ่งทั้งหมดล้วนอยู่ในกระแสที่ชาวไทยโหยหา และคาดว่าจะมาบ้านเรากันหลายรุ่นเหมือนกัน..!!



ท่ามกลางความแรงของรถแนว Scrambler ที่ค่ายดังอย่าง Ducati ซอยออกมาหลากหลายรุ่น ล่าสุด Benelli ค่ายอีตาลีแบรนด์บ้านเกิดเดียวกันก็อดไม่ไหวที่จะต้องปล่อยรถแนวเดียวกัน โดยใช่ชื่อว่า Benelli Leoncino 2016 กับรูปลักษณ์ที่เห็นแล้วต้องบอกว่า "หล่อจนกินกันไม่ลง"

Benelli Leoncino 2016 ได้รับการออกแบบจาก CentroStile Benelli ในอิตาลี่ ที่มีดวงไฟหน้า ไฟเลี้ยว และไฟท้ายแบบ LED ถังน้ำมันทรงสวยสีแดงสด ตัดกับแถบสีดำด้านฝังโลโก้ไว้อย่างงาม โครงถักแบบ Trellis สีดำ



โดดเด่นด้วยยางวิบากหน้าขนาด 110/80- R19 ยางหลัง 150/70 – R17 ที่สอดรับกับล้อแบบซี่ลวดที่ให้ความแพรวพราวเข้ากับโช็คหน้าหัวกลับขนาด 50 มม. โช็คหลังเดี่ยวที่สามารถปรับค่า preload ได้ ระบบเบรคหน้าเป็นทวินดิสก์ขนาด 320 มม. คาลิเปอร์ 4 พอท ด้านหลังดิสเดี่ยวขนาด 260 มม. และมีการติดตั้งระบบป้องกันล้อล็อก ABS มาให้อีกด้วย

เครื่องยนต์เป็นแบบ 2 สูบ ความจุ 499.6 ซีซี ระบายความร้อนด้วยน้ำ ให้กำลังสูงสุด 47.6 แรงม้า ที่ 8,500 รอบ แรงบิด 45 นิวตันเมตร ที่ 4,500 รอบ ส่งกำลังผ่านเกียร์ 6 สปีด


       Benelli Leoncino 2016 จะเริ่มผลิตและเปิดขายจริงประมาณช่วงกลางปี 2016 และคาดว่าเมืองไทยคงไม่พลาดที่จะได้ยลโฉมแน่ๆ ราคานั้นคาดว่าจะอยู่ในช่วง 2 แสนบาท +/- ถ้าหากใครชื่นชอบรถแนวนี้ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง..!!

ติดตามข่าวสารยานยนต์ได้บนแฟนเพจ MZ Crazy Cars คลิกที่นี่
************************************

วันศุกร์ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

มาสักที! Benelli เผย Tornado 302 หลังจากห่างหายกับรถทรงสปอร์ตไปนาน..!!

       คราวนี้ค่าย Benelli จัดเต็มในงาน EICMA 2015 เพราะได้เผยรถจักรยานยนต์สไตล์สปอร์ตที่ทางค่ายห่างหายมานาน เลยได้ส่งเจ้า Benelli Tornado 302 เข้ามาเพิ่มความมันส์!!


สาวกเบเนลลี่ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาต่างบ่นเป็นเสียงเดียวกันว่าทางค่ายไม่คิดจะทำรถบิ้กไบค์แนวสปอร์ตต่อจากรุ่นพี่ Tornado Tre 1130 บ้างหรอ? เพราะที่จำหน่ายกันอยู่ก็จะมีเพียงแนวเนกเก็ตและทัวร์ริ่งทั้งนั้น..!!

ล่าสุดเขาได้เผยโฉม Tornado 302 รถทรงสปอร์ตในคลาส 300 ซีซี ที่ใช้พื้นฐานมาจากตัวเนกเก็ต TNT300S จุดเด่นจะอยู่ที่การออกแบบที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว มิติตัวรถนั้นจะมีความยาวที่ 2157 มิลลิเมตร ความกว้าง 746 มิลลิเมตร ความสูง 1146 มิลลิเมตร และมีระยะฐานล้อ 1,410 มิลลิเมตร


โช๊คอัพหน้าแบบหัวกลับ Upside Down ขนาด 41 มิลลิเมตร ที่สามารถปรับระยะพรีโหลดได้ ส่วนโช๊คอัพหลังเป็น Central Shock Absorber ระบบเบรคหน้าเป็นดิสก์คู่ขนาด 260 มิลลิเมตร พร้อมคาลิเปอร์ 4 พอต ดิสก์เบรคหลังขนาด 240 มิลลิเมตร คาลิเปอร์ 1 พอต และที่สำคัญยังได้เพิ่มระบบ ABS มาให้อีกด้วย ถือว่าเป็นระบบที่ให้มายากจริงๆสำหรับค่ายนี้ ยางหน้า 110/70-ZR17 ยางหลังขนาด 150/60-ZR17

ถังน้ำมันมีขนาด 14 ลิตร มาตรวัดรอบจะเป็นแบบเข็ม ส่วนวัดความเร็ว ค่าต่างๆ รวมถึงตำแหน่งบอกเกียร์เป็นแบบดิจิตอล ดีไซต์ให้ต่างจาก TNT300S ชัดเจน ท้ายสูง ท่อไอเสียสแตนเลสทรงสปอร์ต พร้อมเฟรมถักสีแดงสวยงามทีเดียว


ส่วนเครื่องยนต์นั้นจะมีขนาด 300 ซีซี แบบ 2 สูบเรียง 4 จังหวะ DOHC 4 วาล์ว ระบายความร้อนด้วยน้ำให้กำลังสูงสุด 35 แรงม้า ที่ 12,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุดที่ 27 นิวตันเมตร ที่ 9,000 รอบต่อนาที ระบบจ่ายน้ำมันแบบหัวฉีด คลัทช์แบบเปียก จุดระเบิดด้วยระบบ ECU ส่งกำลังผ่านระบบเกียร์ 6 สปีด น้ำหนักตัวสุทธิ 180 กิโลกรัม

การมาของ Benelli Tornado 302 คันนี้ถือว่ามีข้าวของค่อนข้างครบ โดยเฉพาะชุดกันสะเทือนและระบบเบรค รวมไปถึง ABS ป้องกันล้อล็อกก็จัดให้มาได้สักที เชื่อว่าเวอร์ชันไทยไม่น่าจะมีการลดสเปคลงมากนัก ราคาที่จับต้องได้มากกว่ารถญี่ปุ่นในคลาสเดียวกันแน่ เพราะอย่าง TNT300S และ TNT25 ที่เปิดตัวไปไม่นานก็มาในราคาที่ถูกกว่าคู่แข่งพอสมควร ถือว่าเป็นรถอีกรุ่นที่น่าจับตามองครับ..!!

ติดตามข่าวสารยานยนต์ได้บนแฟนเพจ MZ Crazy Cars คลิกที่นี่
************************************

วันพฤหัสบดีที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

เปิดตัวแล้ว! MG 5 ชูตัวถังใหญ่ เครื่องใส่เทอร์โบ ออพชันตระการตา ราคาแสนดี..!!

       ค่ายรถยนต์ MG น้องใหม่ในไทย จากที่เข้ามาทำตลาดได้พักใหญ่ๆ ก็เริ่มจะจับจุดได้แล้วว่าลูกค้าชาวไทยนั้นต้องการอะไร เพราะเมื่อครั้งที่เปิดตัว MG6 มาในราคาที่ค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับคู่แข่งและในฐานะที่พึ่งมาเปิดตลาดในไทย ต่อมาได้เปิดตัว MG3 ที่ครั้งนี้ต้องบอกว่าเหนือคาดมากๆ เพราะให้ออพชั่นมาเต็มๆ และราคาแสนถูก!!

       New MG 5 จึงต้องมีการทำการบ้านกันมาอย่างดี และสุดท้ายเขาก็จัดข้าวของมาแบบเหนือคู่แข่งหลายเจ้าอีกครั้ง โดยราคาเริ่มต้นจะอยู่ที่ 6.29 ถึง 7.39 แสนบาทเท่านั้น..!!


รูปลักษณ์ของ MG 5 นั้น ทรงจะคล้าย ๆ รถสไตล์คูเป้ โดยเส้นฝากระโปรงหน้าจะเป็นแบบ V-Shape ไฟหน้าแบบโปรเจ็คเตอร์ช่วยเพิ่มทัศนวิสัย พร้อมไฟ Daytime Running Lights (DRL) ไฟท้ายดีไซน์ให้เชื่อมจากซ้ายไปขวา ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจมาจากคบเพลิง ซึ่งให้อารมณ์ที่สปอร์ต โฉบเฉี่ยว


ภายในห้องโดยสารได้ออกแบบมาให้มีพื้นที่ขนาดใหญ่เทียบเท่ารถคอมแพ็คคาร์ มีความกว้างขวาง และนั่งสบาย ที่นั่งเป็นเบาะหนังพร้อมลิ้นชักเก็บของใต้เบาะด้านข้างคนขับช่วยเพิ่มประโยชน์ใช้สอยภายในห้องโดยสาร ลงตัวทุกการควบคุมด้วยแผงคอนโซลหน้าดีไซน์สปอร์ต พร้อมหน้าจอแสดงผลอัจฉริยะ และพวงมาลัย มัลติฟังก์ชั่น สะดวกยิ่งขึ้นด้วยระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 7 นิ้ว พร้อมระบบนำทาง แสดงภาพจากกล้องมองหลัง เชื่อมต่อโทรศัพท์มือถือผ่านบลูทูธ เพิ่มความพิเศษให้คุณในทุกการเดินทาง 
เอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ดึงดูดทุกสายตา พร้มีหลังคาซันรูฟที่สามารถเลื่อนเปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้า


ขุมพลังเครื่องยนต์เบนซิน มีให้เลือก 2 แบบ ทั้ง เครื่องยนต์ TURBO ขนาด 1.5 ลิตร กำลังสูงสุด 129 แรงม้า ที่ 5,500 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 210 นิวตัน-เมตร ที่ 2,000-4,400 รอบต่อนาที 
เกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ และเครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตร 106 แรงม้า ที่ 6,000 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงสุด 135 นิวตัน-เมตร ที่ 4,500 รอบต่อนาที เกียร์อัตโนมัติ 4 จังหวะ พร้อมโหมด Sport และ Manual ทั้ง 2 สามารถรองรับน้ำมันแก๊สโซฮอล์ E85

นอกจากนี้ยังมั่นใจทุกการขับขี่ด้วยช่วงล่างแบบ European Tuning Suspension ด้านหน้าแบบ Ultra-Rigid MacPherson Strut ด้านหลังแบบ H-Type Torsion Beam คานขวางแบบ U-Shape ให้การยึดเกาะถนนและการทรงตัวที่ดีเยี่ยม มั่นใจด้วยระบบดิสก์เบรก 4 ล้อ พร้อมระบบ LDC (Low Dragging Calipers) ตอบสนองทุกการสั่งการอย่างเฉียบคม 


MG 5 ยังอัดแน่นด้วยระบบเทคโนโลยีความปลอดภัยแบบ 9 Integrated Active Safety Systems ที่เหนือกว่ารถซับคอมแพ็คคาร์รุ่นอื่นๆ เช่น
- ถุงลมนิรภัยคู่หน้า 
- ระบบช่วยการออกตัวบนทางลาดชัน (HAS - Hill Start Assist System) 
- ระบบป้องกันล้อหมุนฟรีและควบคุมการลื่นไถล (TCS - Traction Control System) 
- ระบบควบคุมการทรงตัว (SCS - Stability Control System)
- ระบบป้องกันล้อล็อกขณะเบรกฉุกเฉิน (ABS - Anti-lock Braking System) 
ระบบเสริมแรงเบรกอิเล็กทรอนิกส์ (EBA - Electronic Brake Assist) 
- พร้อมระบบช่วยกระจายแรงเบรก (EBD - Electronic Brake Force Distribution) 
- ระบบป้องกันการลื่นไถลเมื่อเกียร์ลดต่ำอย่างฉับพลัน (MSR - Motor control Slide Retainer) 
- ระบบควบคุมการเบรกขณะเข้าโค้ง (CBC - Curve Brake Control) 
- ระบบตรวจสอบความผิดปกติของลมยาง (ITPMS - Indirect Tire Pressure Monitor System) 

MG 5 ยังติดตั้งระบบ inkaNet เทคโนโลยีการสื่อสารระหว่างผู้ขับขี่และรถยนต์เอ็มจี ที่ทำงานบนเครือข่ายโทรศัพท์ไร้สาย inkaNet ประกอบด้วย 7 ฟังก์ชั่นหลัก ได้แก่ ฟังก์ชั่นแจ้งเตือนความผิดปกติ เมื่อมีการเคลื่อนหรือสตาร์ทรถยนต์ ฟังก์ชั่นระบบนำทาง ผ่านทาง Google Map และช่วยให้ผู้ใช้สามารถติดตามตำแหน่งของรถ และข้อมูลสภาพการจราจรแบบเรียลไทม์ ฟังก์ชั่นระบบขอบเขตอิเล็กทรอนิกส์ ช่วยกำหนดขอบเขตรัศมีการขับรถยนต์ ฟังก์ชั่นแสดงอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันในการขับรถ เปรียบเทียบค่าเฉลี่ยทั้งแบบรายสัปดาห์และแบบรายเดือน ฟังก์ชั่นระบบเลขาฯ ส่วนตัว ให้คุณติดต่อ MG CALL CENTRE เพียงปลายนิ้วสัมผัส และฟังก์ชั่นวางแผนการเดินทาง พิเศษสำหรับลูกค้า NEW MG5 จะได้รับสิทธิพิเศษสามารถเชื่อมต่อระบบ inkaNet ผ่านเครือข่ายโทรศัพท์มือถือฟรีนาน 5 ปี 

หวู่ ฮวน กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์-ซีพี จำกัด และบริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า การเปิดตัวรถใหม่สู่ตลาดต่อเนื่อง เป็นหนึ่งกลยุทธ์หลักของเอ็มจีที่ต้องการนำเสนอรถยนต์ที่มีความหลากหลาย เพื่อตอบสนองทุกความต้องการของลูกค้าชาวไทย ซึ่งจะช่วยขับเคลื่อนความสำเร็จ และทำให้เอ็มจีก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในผู้นำตลาดรถยนต์ของเมืองไทยในอนาคตได้อย่างแน่นอน

“ตลาดซับคอมแพ็คคาร์ เป็นตลาดที่มีการแข่งขันสูง แต่ยังคงมีปริมาณความต้องการที่มากอยู่เช่นกัน โดยล่าสุดบริษัทฯ และเอ็มจี เซลส์ ประเทศไทย ได้เปิดตัวรถรุ่น ‘เอ็มจี5’ (MG5) ที่มีจุดเด่นตามแนวคิด บริท ไดนามิก (Brit Dynamic) ของเอ็มจี ที่โดดเด่นทั้งในด้านการออกแบบ สมรรถนะ การควบคุม และความปลอดภัย จึงทำให้มั่นใจว่าเอ็มจี5 ใหม่ สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าในกลุ่มนี้ได้เป็นอย่างดีเยี่ยม ด้วยรูปลักษณ์ที่โฉบเฉี่ยวตามสไตล์รถยุโรปในรูปแบบของเก๋งซีดานคูเป้ ขนาดห้องโดยสารที่กว้างขวางกว่ารถซับคอมแพ็คคาร์ทั่วไป เทคโนโลยีความปลอดภัยที่จัดมาให้แบบเต็มกัดเทียบเท่ากับรถยนต์หรูขนาดใหญ่ และเทคโนโลยีการสื่อสาร inkaNet มาตรฐานใหม่ที่เหนือระดับ ให้ชีวิตคุณไปอีกขั้น...Be Progressive” 


มีสีให้เลือกทั้งหมด 5 สี ได้แก่
- สีเทาฟ้า Metal Grey
- สีแดง Solid Red
- สีดำ Black Knight
- สีเงิน Silver Metallic
- สีขาว Windsor White

ราคา MG 5 ทั้ง 4 รุ่นย่อย ดังนี้
- รุ่น 1.5 D ราคา 629,000 บาท
รุ่น 1.5 X Sunroof ราคา 679,000 บาทรุ่น 1.5 Turbo D ราคา 699,000 บาทรุ่น 1.5 Turbo X Sunroof ราคา 739,000 บาท
(การปรับราคาจากอัตราภาษีสรรพสามิตใหม่ในปีหน้าจะเพิ่มขึ้นทุกรุ่น รุ่นละ 20,000 บาท)

   MG 5 ใหม่ มีการรับประกันคุณภาพนาน 4 ปี หรือ 120,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งครบระยะก่อน) บริการเช็คระยะนอกสถานที่ (Mobility Services) เมื่อมีการโทรแจ้งนัดหมาย บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน (Roadside Assistance) ตลอด 24 ชั่วโมง และบริการศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ (MG Call Centre) ตลอด 24 ชั่วโมงอีกด้วย

ติดตามข่าวสารยานยนต์ได้บนแฟนเพจ MZ Crazy Cars คลิกที่นี่
************************************

สงครามรถมินิไบค์! เมื่อ Benelli ขอแจมพร้อมส่ง Tornado Naked T ลงตลาดเร็ว ๆ นี้..!!


       ท่ามกลางตลาดรถจักรยานยนต์ขนาดเล็ก (Mini Bike) ในช่วงนี้กำลังมาแรง หลังจากที่ค่ายเขียวได้เปิดตัว Z125 ครั้งแรกของโลกที่ประเทศไทยไปได้สักพัก ล่าสุดแบรนด์รถอีตาลีอย่าง Benelli ก็ได้ฤกษ์เผยโฉมรถมินิไบค์ Tornado Naked T ออกสู่สายตาชาวโลกแล้ว..!!

การมาครั้งนี้ของเบเนลลี่ Tornado Naked T นั้น ถือว่าเตรียมการบ้านมาค่อนข้างดี เพราะมีจุดเด่นหลาย ๆ จุดที่เชื่อว่าต้องโดนใจชาวสองล้อแน่ๆ เท่าที่สังเกตดูจะพบว่าการดีไซต์จะได้รับอิทธิพลมาจากรุ่นพี่ TNT25 ในหลายๆส่วน จะเห็นได้จากทรงถ้งน้ำมันยาวไปถึงไฟท้าย และยังรวมถึงสวิงอาร์มหลังอีกด้วย มองจากด้านข้างจะเห็นเฟรมถักที่คล้าย TNT300S ปลายท่อไอเสียทรงสั้น



พร้อมติดตั้งกันดีดมาให้อีกด้วย อินเทรนด์ด้วยโช็คอัพหน้าหัวกลับตามสมัยนิยม มีขนาดใหญถึง 41 มม. ส่วนด้านหลังสามารถปรับพรีโหลดได้ ระบบเบรคหน้าเป็นดิสก์ขนาด 220 มม. ปั้มเบรคสองสูบ ด้านหลังขนาด 190 มม. ปั้มเบรคสูบเดียว ขนาดยางหน้า 120/70-12 และยางหลัง 130/70-12 

       เครื่องยนต์สูบตั้งขนาด 1 สูบ 4 จังหวะ 4 วาล์ว ระบายความร้อนด้วยอากาศ มีสองขนาดให้เลือกทั้ง 125 ซีซี และ 135 ซีซี...ต้องคอยดูว่าในงาน Motor Expo ต้นเดือนธันวาคมนี้จะมาอวดความหล่อหรือเปล่า ยังไงจะคอยอัพเดทให้รับทราบครับ..!!

ติดตามข่าวสารยานยนต์ได้บนแฟนเพจ MZ Crazy Cars คลิกที่นี่
************************************

คอนเฟิร์ม! Honda BR-V มาไทยในงาน Motor Expo แน่นอน ก่อนขายจริงต้นปีหน้า..!!


       มาเร็วกว่าที่คิดครับสำหรับ Honda BR-V ที่พึ่งเปิดตัวไปที่อินโดนีเซียเมื่อไม่นานมานี้ ล่าสุดบริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด ได้ปล่อยทีเซอร์ชุดแรก Honda BR-V ยนตกรรมสปอร์ตครอสโอเวอร์น้องใหม่ พร้อมประกาศโชว์ตัวครั้งแรกในงาน Motor Expo 2015 วันที่ 1 ธันวาคม 2558 สำหรับรอบสื่อมวลชน และวันที่ 2-13 ธันวาคม 2558 สำหรับประชาชนทั่วไป..!!

ภาพ Teaser ชุดแรกของ 
Honda BR-V มาพร้อมกับคอนเซ็ปต์ "How BRAVE ARE WE?" ที่จะทำให้ทุกคนได้พบกับการเดินทางสู่ความกล้าครั้งใหม่ ซึ่งเผยให้เห็นถึง ดีไซน์ภายนอกที่แข็งแกร่ง ผสานกับเส้นสายรอบคันที่สปอร์ตโฉบเฉี่ยว ลงตัวกับไฟหน้าโปรเจคเตอร์ พร้อมไฟหรี่แบบ LED และล้ออัลลอยขนาด 16 นิ้ว ดีไซน์ใหม่ อีกทั้งช่วงล่างยกสูง ที่พร้อมตอบโจทย์ทุกเส้นทางท้าทายในสไตล์รถเอสยูวี โดดเด่นด้วยสีธีม (Theme color) น้ำตาลพรีเมียมแอมเบอร์ (เมทัลลิก)


โดยคาดว่า BR-V จะใช้เครื่องยนต์จนาด 1.5 ลิตร (1,496 ซีซี) 4 สูบ SOHC 16 วาล์ว ระบบแปรผันวาล์ว i-VTEC ที่กำลังสูงสุด 117 แรงม้า  ที่ 6,600 รอบ/นาที แรงบิด 145 นิวตันเมตร ที่ 4,800 รอบ/นาที ผสานกับระบบเกียร์อัตโนมัติ CVT และสามารถรองรับน้ำมัน E85 ได้อีกด้วย

Honda BR-V จะเป็นอีกหนึ่งยนตรกรรมรุ่นใหม่ของฮอนด้าที่จะทำการผลิตในประเทศไทย เพื่อเข้ามาเติมเต็มไลน์ผลิตภัณฑ์รถเอสยูวีของฮอนด้าให้ครอบคลุมทุกระดับ และพร้อมเผยโฉมอย่างไม่ทางการครั้งแรกในประเทศไทย ในงานมหกรรมยานยนต์ครั้งที่ 32 (Motor Expo 2015) ที่จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 2-13 ธันวาคม 2558 ณ ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ อิมแพ็ค เมืองทองธานี 

       โดย Honda BR-V จะเป็นรถยนต์ไฮไลท์ประจำบูธ ที่จัดแสดงร่วมกับรถยนต์ฮอนด้าอีก 12 รุ่น ภายใต้คอนเซ็ปต์บูธ Ignite Your Drive จุดประกายความเร้าใจแห่งการขับขี่ในแบบที่เป็นคุณ!!

ติดตามข่าวสารยานยนต์ได้บนแฟนเพจ MZ Crazy Cars คลิกที่นี่
************************************

วันพุธที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

นิสสันเปิดตัว X-Trail Hybrid ชูความแรง เน้นความประหยัด และราคาเป็นมิตร..!!

       มาแบบสวนกระแสเหมือนกันสำหรับ Nissan X-Trail Hybrid เพราะตลาดรถไฮบริดในเมืองไทยตอนนี้มียอดจำหน่ายที่ไม่มากนัก จนค่ายรถญี่ปุ่นบางค่ายได้พับเสื่อรถไฮบริดที่ตอนแรกตั้งใจจะมาทำตลาดออกไปเสียแล้ว แต่ X-Trail Hybrid ยังเดินหน้าต่อด้วยสมรรถนะของรถและราคาที่ยั่วยวนใจ..!!


ภายนอกนั้นไม่ได้แตกต่างจากตัวปกติสักเท่าไหร่ โดยยังมีการติดตั้งไฟหน้าแบบ LED โปรเจคเตอร์ พร้อมไฟส่องสว่างในเวลากลางวัน LED (DRL) กระจังหน้าโครมเมียม ตัดกับสีฟ้าที่แสดงตัวตน Hybrid ที่บริเวณกันชนหน้า และฝาท้ายอีกด้วย ล้ออัลลอยขนาด17 นิ้ว พร้อมติดตั้งราวหลังคาเพื่อการบรรทุกสัมภาระในยามเดินทาง

ส่วนภายในห้องโดยสารยังหรูหราด้วยเบาะนั่งหนังแท้ ระบบปรับอากาศอัตโนมัติแยกซ้าย-ขวา เบาะนั่งแถวที่ 2 พับได้แบนราบ (ไม่มีเบาะแถวสาม เพราะเป็นที่อยู่ของแบตเตอรี่) ฝาท้ายเปิด-ปิดอัตโนมัติ (Auto Lift gate) พร้อมติดตั้งกล้องมองภาพรอบทิศทาง 




ขุมพลังจะมาพร้อมกับเครื่องยนต์เบนซิน ขนาด 2.0 ลิตร MR20DD 4 สูบ แถวเรียง DOHC 16 วาล์ว Twin C-VCT ไดเร็คอินเจคชั่น ให้กำลังสูงสุด 144 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 200 นิวตันเมตรที่ 4,400 รอบ/นาที ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า ที่มีกำลังสูงสุด 41 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 160 นิวตันเมตร ผสานการทำงานทั้งสองเข้าด้วยกันก็จะได้กำลังสูงสุดรวมที่ 179 แรงม้า (เทียบเท่าเครื่องยนต์ขนาด 2.5 ลิตร) ส่งกำลังผ่านระบบเกียร์แบบ XTRONIC CVT พร้อม Manual Mode 7 สปีด ช่วยให้ได้อัตราการประหยัดเชื้อเพลิงที่โดดเด่นที่สุด และประหยัดกว่าเครื่องยนต์เบนซิน 2.0 ลิตร ถึง 25.6%



นอกจากนี้ยังมีเทคโนโลยีคลัทช์คู่อัจริยะ (Intelligence Dual Clutch System) โดยจะทำงานดังนี้

- เมื่อรถยนต์ต้องการกำลังจากทั้งเครื่องยนต์และมอเตอร์ เช่น ช่วงการเร่งแซง หรือ ทำความเร็ว คลัทช์ทั้ง 2 ตัวจะทำงานพร้อมกัน ทำให้เกียร์ CVT ได้รับกำลังจากทั้งเครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้า

- การขับขี่ในช่วงที่ใช้เครื่องยนต์เพียงอย่างเดียว จะมีการชาร์จไฟกลับเข้าแบตเตอรี่จากเครื่องยนต์ คลัทช์ตัวที่ 1 จะทำงาน เพื่อถ่ายทอดกำลังจากเครื่องยนต์ส่งไปขับเคลื่อนเกียร์ ขณะที่มอเตอร์ไฟฟ้า จะทำหน้าที่เป็นเจนเนอเรเตอร์เพื่อรีชาร์จประจุไฟฟ้ากลับเข้าไปยังแบตเตอรี่

- เมื่อระบบไม่ต้องการกำลังจากเครื่องยนต์ คลัทช์ตัวที่ 1 ที่อยู่ระหว่างเครื่องยนต์กับมอเตอร์ จะตัดการทำงานจากเครื่องยนต์ ผลที่ตามมาคือ เครื่องยนต์จะหยุดการทำงาน ทำให้ไม่มีแรงเสียดทานจากการหมุนของเครื่องยนต์เข้ามาเกี่ยวข้อง เหลือเพียงมอเตอร์ไฟฟ้ากับเกียร์เท่านั้น ในช่วงเวลาดังกล่าว เครื่องยนต์จะทำงานเหมือนกับเป็นรถยนต์ที่ใช้พลังงานไฟฟ้า (EV)

- และอีกคุณสมบัติพิเศษที่แตกต่างจากระบบไฮบริดอื่นๆ คือ ระบบคลัทช์คู่อัจฉริยะ สามารถทำงานที่ความเร็วได้สูงสุดถึง 120 กม./ชม. ซึ่งเป็นความเร็วที่สูงกว่าระบบไฮบริดทั่วไป อันจะนำมาซึ่งการประหยัดน้ำมันในย่านความเร็วสูงอีกด้วย


ระบบความปลอดภัยก็มีมาให้ครบ เช่น ถุงลมนิรภัยคู่หน้าและด้านข้าง (SRS) ระบบช่วยลดอาการโยนตัวบนทางขรุขระ (ARC) ระบบช่วยควบคุมเสถียรภาพขณะเข้าโค้ง (ATC) ระบบช่วยควบคุมเสถียรภาพการทรงตัวอัตโนมัติ (VDC) ระบบช่วยออกตัวในทางลาดชัน (HSA) ระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชัน (HDC) ในรุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ


คะซุทากะ นัมบุ ประธานบริษัท นิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า "นิสสันยังคงมุ่งมั่นในการนำเสนอนวัตกรรมที่ตื่นเต้นเร้าใจ หรือ Innovation that Excites ผ่านผลิตภัณฑ์ที่มีความโดดเด่นในทุกๆด้าน และเพื่อการบรรลุเป้าหมายเป้าหมายของความพยายามลดการปล่อย CO2 สู่ชั้นบรรยากาศ นอกเหนือจากการพัฒนายานยนต์พลังงานไฟฟ้าไร้มลพิษ ที่นิสสันมีความเป็นผู้นำในระดับโลกแล้วนั้น การสร้างสรรค์รถยนต์ที่ประหยัดน้ำมันจากเครื่องยนต์พลังงานทางเลือก ถือเป็นอีกส่วนสำคัญในการบรรลุสู่เป้าหมายที่ตั้งไว้ได้ เหตุนี้นิสสันจึงได้แนะนำรถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์พลังงานทางเลือกอย่าง Nissan X-Trail Hybrid ใหม่ สู่ตลาดประเทศไทย"

"ซึ่งนิสสันมีความมั่นใจในสมรรถนะในทุกๆด้านของรถยนต์รุ่นนี้อย่างยิ่ง โดยเชื่อมั่นว่าจะทำให้ลูกค้าที่รอคอยเทคโนโลยีไฮบริดนี้ของนิสสัน มีประสบการณ์ที่ประทับใจและเชื่อมั่นกับความเหนือระดับอันแตกต่างที่นิสสันได้พัฒนาขึ้นโดยเฉพาะ เพื่อให้ลูกค้าในกลุ่มที่ชื่นชอบรถยนต์แบบ SUV และให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีรวมถึงใส่ใจในเรื่องสิ่งแวดล้อม”

โนบูซูเกะ โทคุระ หัวหน้าวิศวกรโครงการพัฒนารถยนต์รุ่น เอ็กซ์เทรล ไฮบริด (Chief Vehicle Engineering - CVE) บริษัท นิสสัน มอเตอร์ จำกัด กล่าวว่า "ความโดดเด่นของระบบ นิสสัน เพียวไดรฟ์ ไฮบริด (Pure Drive Hybrid) คือการใช้เทคโนโลยีคลัทช์คู่อัจริยะ (Intelligence Dual Clutch System) เอกสิทธิ์ของนิสสันที่สามารถประยุกต์ใช้กับรถยนต์วางเครื่องยนต์ด้านหน้า ทั้งแบบขับเคลื่อนล้อหน้าและขับเคลื่อนสี่ล้อโดยไม่ต้องมีการดัดแปลงในส่วนอื่นๆ เพิ่มเติม จากเอ็กซ์-เทรลที่ใช้เครื่องยนต์เบนซินมาสู่เครื่องยนต์แบบไฮบริด”


Nissan X-Trail Hybrid ใหม่ มีให้เลือกทั้งหมด 5 สี ได้แก่ 
- สีขาวสตอร์มไวท์ 
- สีเงินบริลเลี่ยนท์ซิลเวอร์ 
- สีเขียวมิดไนท์เจด 
- สีเทาดีพไอริสเกรย์ สี
- สีดำแบล็คสตาร์

ราคาจำหน่าย Nissan X-Trail Hybrid ใหม่ ดังนี้
รุ่น 2.0S 2WD ราคา 1,249,000 บาท
รุ่น 2.0E 2WD ราคา 1,324,000 บาท
รุ่น 2.0V 4WD ราคา 1,395,000 บาท

      นอกจากนี้เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภค นิสสัน รับประกันรถยนต์ 3 ปี หรือ 1 แสน กม.รับประกันระบบไฮบริด 3 ปี หรือ 1 แสน กม. และยังรับประกันแบตเตอรีถึง 10 ปี โดยไม่จำกัดระยะทางอีกด้วย นอกจากนี้นิสสัน เอ็กซ์เทรล ไฮบริดยัง มาพร้อมกับข้อเสนอพิเศษเพื่อการเป็นเจ้าของได้ง่ายยิ่งขึ้นจากนิสสัน โดยแถมประกันภัยชั้น 1 (Nissan Premium Protection) 1 ปี พร้อมฟรีค่าบำรุงรักษา 60,000 กม.หรือ 36 เดือน และอัตราดอกเบี้ยพิเศษ 1.79%!!

ติดตามข่าวสารยานยนต์ได้บนแฟนเพจ MZ Crazy Cars คลิกที่นี่
************************************

ครบเซ็ต! Honda เผย All New CB500F 2016 ชาวไทยรอชมในงาน Motor Expo..!!

       หลังจากที่ฮอนด้าปล่อยทีเซอร์ All New CB500F 2016 มาแล้วนั้น ในที่สุดก็ได้เผยโฉมในงาน EICMA Show เป็นครั้งแรกของโลกเรียบร้อยแล้ว จะมีอะไรต่างจากเดิมเราไปดูกันครับ!!


ก่อนหน้านี้ฮอนด้าได้เปิดตัวรถตระกูล 500 ไปสองรุ่น นั่นคือ CBR500R และ CB500X ไปแล้ว คราวนี้ก็ถึงคิวของสปอร์ตเนกเก็ตอย่าง CB500F กันบ้างครับ โดยจะมีความแตกต่างจากรุ่นเดิมพอสมควร ซึ่งก็เป็นไปในทางเดียวกับ CBR500R ใหม่นั่นล่ะ

สิ่งแรกเลยคือไฟหน้าที่มีการปรับเปลี่ยนใหม่ให้ดูโฉบเฉี่ยวขึ้นชัดเจน พร้อมเพิ่มความสว่างด้วยหลอด LED รวมถึงไฟท้ายด้วย ระบบกันสะเทือนหน้าเป็นโช็คที่สามารถปรับระยะพรีโหลดได้ แฟริ่งปีกข้างหม้อน้ำมีขนาดเล็กลง ซึ่งจะเผยให้เห็นเครื่องยนต์มากขึ้น ถังน้ำมันทรงใหม่ ใหญ่ขึ้น เดินทางไกลหายห่วง (จะห่วงก็ตรงที่ไม่มีตังค์เติมนี่แหละ^^) ก้านเบรกปรับระดับได้ ที่พักเท้าอลูมีเนียม และกุญแจรูปแบบ Wave Key





เบาะนั่งยังเป็นแบบแยกสองชั้น แต่ท้ายรถจะออกแบบใหม่ให้โด่งขึ้นได้อารมณ์สปอร์ตมาก ถึงท้ายจะสูงขึ้นแต่เบาะคนซ้อนก็ยังมีมุมที่แทบจะขนานไปกับพื้น คือไม่ชันตามท้าย ซึ่งจะส่งผลต่อท่านั่งและความสบายของผู้ซ้อนได้ดีอีกด้วย ปลายท่อไอเสียทรงสั้น ส่วนจุดยึดป้ายทะเบียนก็ดีไซต์ใหม่เช่นกัน

ส่วนเครื่องยนต์นั้นยังคงเป็นของเดิม แต่มีการปรับปรุงเล็กน้อย ความจุ 471 ซีซี 2 สูบแถวเรียง DOHC 4 วาล์วต่อสูบ จ่ายน้ำมันด้วยระบบหัวฉีดแบบ PGM-FI ส่งกำลังผ่านระบบเกียร์ 6 สปีด




All New Honda CB500F 2016 คาดว่าจะปรับราคาเพิ่มขึ้นจากเดิมประมาณ 5,000 บาท(ราคารุ่นปัจจุบัน 205,000 บาท) เพราะอย่าง CB500X รุ่นใหม่เปิดตัวในไทยด้วยราคา 220,000 บาท แพงกว่าเดิมเพียงห้าพันบาทเท่านั้น ซึ่งใครอยากจับจองเห็นสัมผัสตัวเป็น ๆ ก็สามารถไปได้ในงาน Motor Expo ที่จะเปิดฉากขึ้นในวันที่ 2 เดือนหน้า..!!

ติดตามข่าวสารยานยนต์ได้บนแฟนเพจ MZ Crazy Cars คลิกที่นี่
************************************
ที่มา motorcyclistonline.com

วันพฤหัสบดีที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

เปิดตัวแล้ว BMW G310R ครั้งแรกกับรถพิกัดเล็กจากค่ายใบพัดสีฟ้า..!!

       ค่ายรถมอเตอร์ไซต์ BMW เป็นแบรนด์อันเลื่องชื่อของรถบิ้กไบค์ที่ใคร ๆ เป็นต้องรู้จัก โดยที่ผ่านมานั้น BMW ได้ทำรถมอเตอร์ไซต์ขนาดใหญ่ออกมามากมาย และนี่จึงเป็นครั้งแรกที่เขากล้าสร้างรถขนาดเล็กในคลาส 300 ออกมาตอบโจทย์สาวกกันอีกครั้ง..!!


ล่าสุด BMW ได้เปิดตัว G310R รถพิกัดสามร้อยซีซีที่ยังคง DNA จากรุ่นพี่มาอย่างเต็มๆ โดยก่อนที่ G310R จะเกิดขึ้นได้นั้น ทาง BMW ได้ร่วมมือกับ TVS ค่ายรถในประเทศอินเดีย เพื่อที่จะพัฒนารถขนาดเล็กรหัส K03 ออกมาท้าชนกับรถคู่แข่งอย่าง Kawasaki Z300, Honda CB300F, Yamaha MT-03, Benelli TNT300S รวมถึง KTM Duke390 อีกด้วย โดย G310R จะเป็นรถระดับ Entry-Class 

การออกแบบดีไซต์นั้นได้รับเอกลักษณ์จากทางค่ายมาอย่างเต็มๆ โดดเด่นด้วยระบบกันสะเทือนหน้าแบบ Upside-Down ส่วนด้านหลังจะเป็นชุดสวิงอาร์มที่ทำมาจากอลูมิเนียม พร้อมโช๊คอัพเดี่ยว ไฟหน้าโคมเดียวคล้าย F800R และท่อไอเสียทรงยาว



ความสูงจากพื้นถึงเบาะ 785 มม. ระบบเบรคด้านหน้าเป็นดิสก์ขนาด 300 มม. พร้อมปั้มเบรก 4 พ็อท ด้านหลังดิสก์เบรคขนาด 285 มม.พร้อมปั้มเบรค 2 พ็อท

เครื่องยนต์นั้นจะเป็นแบบ 1 สูบ 4 วาล์ว DOHC ขนาดความจุ 313 ซีซี ระบายความร้อนด้วยน้ำ ระบบจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงแบบหัวฉีด ซึ่งให้กำลังมากถึง 34 แรงม้า ที่ 9,500 รอบต่อนาที และแรงบิดอยู่ที่ 28 นิวตันเมตร ที่ 7,500 รอบต่อนาที น้ำหนักตัวรถ 158.5 กิโลกรัม

       BMW G310R ยังไม่มีการเผยราคาออกมา แต่คาดว่าน่าจะเปิดตัวเร็ว ๆ นี้ และเป็นไปได้ว่าจะผลิตและจำหน่ายในประเทศไทยอย่างแน่นอน ส่วนต้นเดือนธันวาคมก็ต้องลุ้นว่าจะมาโชว์ในงาน Motor Expo หรือไม่..!!

ติดตามข่าวสารยานยนต์ได้บนแฟนเพจ MZ Crazy Cars คลิกที่นี่
************************************

หลุดเวอร์ชันขายจริง Renault Alaskan ที่ใช้พื้นฐานจาก NP300 Navara ก่อนเปิดตัวปีหน้า..!!


(Renault Alaskan Concept)

       ก่อนหน้านี้มีข่าวว่า Renault คิดจะทำกระบะขนาด 1 ตัน และอาจจะร่วมมือกันนิสสันใช้พื้นฐานจาก NP300 Navara เพื่อมาพัฒนาและจำหน่ายในนามของตน นั่นจึงทำให้เราได้เห็น Renault Alaskan Concept รถกระบะต้นแบบก่อนออกจำหน่ายจริงภายในปี 2016..!!


ล่าสุดเว็บไซต์ต่างประเทศได้เผยภาพ Renault Alaskan ที่คาดว่าเป็นตัวจำหน่ายจริงหลุดออกมาว่อนโซเชียล โดยมีความแตกต่างจากตัวคอนเซ็ปต์ไม่มากนัก


การออกแบบด้านหน้าต่างจากรถต้นแบบตรงรายละเอียดในโคมไฟหน้า ชิ้นกันชนหน้ามีเส้นสีดำคาดระหว่างกรอบไฟตัดหมอกด้านหนึ่งไปยังอีกด้านหนึ่ง พร้อมเสริมโครเมียมในหลายๆจุด กระจกมองข้างก็ยังจะใช้แบบเดียวกันกับ NP300 Navara ฝากระโปรงเน้นเส้นสาย และมีราวหลังคาเพิ่มความเท่และอเนกประสงค์อีกด้วย

รายละเอียดต่าง ๆ ยังไม่มีการเผยออกมามากนัก แต่คาดว่าจะใช้เครื่องยนต์ดีเซล dCi 1.6 ลิตร 4 สูบ ทวินเทอร์โบ ที่ให้กำลังสูงสุด 160 แรงม้า 

Renault Alaskan จะเปิดตัวและจำหน่ายภายในต้นปี 2016 นี้..!!

ติดตามข่าวสารยานยนต์ได้บนแฟนเพจ MZ Crazy Cars คลิกที่นี่
************************************
ที่มา noticiasautomotivas

วันพุธที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

มาครบเซ็ต! Honda เผยภาพทีเซอร์ New CB500F ก่อนเปิดตัวสัปดาห์หน้า..!!

       หลังจากที่ฮอนด้าเผยโฉมรถบิ้กไบค์ตระกูล 500 Series อย่าง CBR500R และ CB500X ไปแล้วนั้น เหตุไฉนเล่าที่จะขาด CB500F ไปได้ เพราะล่าสุดฮอนด้าได้เผยภาพทีเซอร์ออกมายั่วน้ำลายกันอีกแล้ว..!!


New Honda CB500F นั้นจะมีการเปลี่ยนแปลงไปในหลายส่วน ซึ่งก็เปลี่ยนไปตาม CBR500R นั่นแหละ โดยไฟด้านหน้าจะเป็นแบบ LED ดีไซต์ทันสมัยขึ้น เบาะนั่งแบบ 2 ตอนใหม่ที่ยกสูงขึ้นกว่าเดิมค่อนข้างชัดเจน ในส่วนของเบาะผู้ซ้อนจะไม่ได้ลาดเอียงมากนัก ซึ่งคาดว่าจะให้ความสะดวกสบายได้ดี 

ในส่วนของตำแหน่งแฮนด์จะมีองศาที่กดต่ำลงมากกว่าเดิม ซึ่งทำให้ท่านั่งที่เป็นสปอร์ตมากขึ้น แต่จะแฝงความเมื่อยกว่าเดิมไหม ต้องรอดูอีกที ถังน้ำมันมีขนาดใหญ่ขึ้น จุได้มากขึ้น และฝาปิดถังก็เปลี่ยนเป็นแบบติดยึด ไม่ต้องยกถือเหมือนรุ่นก่อนแล้ว ชุดโช๊คอัพด้านหน้านั้นสามารถปรับระยะพรีโหลดได้ถึง 9 ระดับ และตัวท่อไอเสียทรงใหม่ ที่มีความสั้นและสปอร์ต


เครื่องยนต์ของ Honda CB500F ยังจะเป็นตัวเดิม 
เครื่องยนต์แบบ 2 สูบ DOHC 4 วาล์วต่อสูบ ขนาดความจุ 471 ซีซี โดยมีขนาดกระบอกสูบ 67.0 มิลลิเมตร และช่วงชัก 66.8 มิลลิเมตร กำลังอัดอยู่ที่อัตรา 10.7:1 จ่ายน้ำมันด้วยระบบหัวฉีด PGM-FI พร้อมระบบส่งกำลังด้วยเกียร์ 6 สปีด 

New Honda CB500F จะเปิดตัวครั้งแรกในสัปดาห์หน้าในงาน EICMA ที่จัดในประเทศอิตาลี่ ส่วนบ้านเรายังไม่แน่ใจว่าจะมาพร้อมกับ CB500X ด้วยหรือเปล่า ไม่แน่เราอาจจะเห็น
ตระกูล 500 Series มาโชว์ในงาน Motor Expo ปลายปีนี้ก็เป็นได้..!!

ติดตามข่าวสารยานยนต์ได้บนแฟนเพจ MZ Crazy Cars คลิกที่นี่
************************************
ที่มา : morebikes.co.uk