รถกลุ่มเอสยูวีที่ใช้พื้นฐานมาจากรถกระบะอย่างที่บ้านเราเรียกกันว่า PPV ถือว่ามีกระแสตอบรับค่อนข้างดี หลังจากที่แต่ละค่ายทยอยเปิดตัวและพร้อมจำหน่ายในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน เริ่มจาก Ford Everest กับ Toyota Fortuner ที่ตั้งราคารุ่นท็อปสุดไว้เท่ากันที่ 1,599,000 บาท การแข่งขันจึงมีความเข้มข้นมากขึ้น บวกกับเศรษฐกิจยานยนต์ช่วงนี้ยังหดตัวอย่างต่อเนื่อง ทำให้ Mitsubishi ที่กำลังจะเปิดตัว All New Pajero Sport ต้องเอาสิ่งเหล่านี้กลับไปทำการบ้านให้ดีเพื่อที่จะสามารถแข่งขันกับคู่แข่งได้
Mitsubishi ได้ทำการเปิดตัว All New Pajero Sport ในงาน Big Motor Sale ที่ผ่านมาอย่างยิ่งใหญ่ และที่มากไปกว่านั้นคือการอัด Options และราคาในรุ่น Top of the line ถูกกว่าคู่แข่งใหม่ทั้งสองหลักแสนบาท พร้อมฟรีชุดแต่งพิเศษรอบคัน ซึ่งในงานมิตซูบิชิยังได้ทำป้ายเปรียบเทียบสเปครถกลุ่ม PPV เพื่อเป็นข้อมูลในการตัดสินใจของลูกค้าได้เร็วยิ่งขึ้น แต่จุดเด่นที่ทำให้รถคันนี้มีกระแสตอบรับที่ดีเกินคาดจะมีอะไรบ้างนั้น เชิญเลื่อนลงอ่านได้ ณ บัดนี้
เนื่องจาก All New Pajero Sport ต้องเปิดตัวให้ทันงาน Big Motor Sale จึงยังไม่มีรถให้ทดลองขับตามโชว์รูม ด้วยเหตุนี้มิตซูบิชิจึงได้จัดงาน RoadShow ที่จะเดินสายไปโชว์ตัวทั่วประเทศตั้งแต่วันที่ 18 สิงหาคม ถึง 19 ตุลาคม (เช็คตาราง RoadShow ได้ที่นี่) ซึ่งผมเองก็ต้องรอชมรถคันจริงครั้งแรกในงานนี้เช่นกัน ที่อุบลราชธานีจะจัดวันที่ 9-15 กันยายน ที่สุนีย์ ทาวเวอร์ ผมจึงไม่พลาดที่จะไปยลโฉมน้องใหม่แห่ง PPV คันนี้
ขอย้อนกลับไปเมื่อตอนที่ All New Mitsubishi Triton เปิดตัวครั้งแรก จะมีดีไซต์ที่เรียกได้ว่าคนละโลกกับตัวต้นแบบ GR-HEV Concept อย่างสิ้นเชิง ทำให้เรานึกไม่ออกว่า All New Pajero Sport ที่ใช้พื้นฐานจาก Triton นั้นจะมีหน้าตาออกมาเป็นเช่นไร
แต่เราก็เริ่มที่จะเห็นเค้าโครงเมื่อ Mitsubishi Outlander รถเอสยูวีรุ่นพี่เผยโฉมไมเนอเชนจ์ออกมาโดยมีการเปลี่ยน Design Language งานออกแบบใหม่ ที่เรียกว่า “Dynamic Shield” ซึ่งมิตซูบิชิบอกว่า “จะเป็นการดีไซต์ที่ต้องสร้างความน่าจดจำให้แก่ตัวรถได้ดี” หรือพูดง่ายคือรถของมิตซูบิชิในอนาคตจะมีการดีไซต์ที่คล้ายคลึงกัน แต่ก็ไม่เหมือนกันแบบเป้ะๆ “เพราะจะเน้นความเหมาะสมให้แก่รถรุ่นนั้นๆมากกว่า” Mitsubishi Outlander Minorchange จึงเป็นรถคันแรกที่ได้ใช้ Design Language ใหม่ และแน่นอนว่า All New Mitsubishi Pajero Sport จะต้องมีหน้าตาคล้าย Outlander (ถ้าสังเกตดูช่วงหลังๆมานี้จะเห็นค่ายรถญี่ปุ่นหลายค่ายเริ่มที่จะเปลี่ยน Theme งานออกแบบใหม่เช่นกัน)
ด้านหน้าของ All New Pajero Sport จะมีดีไซต์ที่ค่อนข้างแปลกตากว่ารถทั่วๆไป แต่แปลกในแบบของการสร้างความโดดเด่นให้ตัวเอง กระจังหน้าลายเส้นโครเมียมที่มีโลโก้เพชรสามเม็ดเด่นออกมาจากพื้นหลังสีดำ ต่างจาก Triton ที่เป็นโครเมียมทั้งแถบ. และดูกลมกลืนไปกับไฟหน้าโปรเจคเตอร์แบบ Bi-LED พร้อมระบบปรับระดับลำแสงไฟหน้าอัตโนมัติ ในโคมจะมีไฟส่องสว่างตอนกลางวันแบบ Spectrum LED ที่จะเปล่งแสงเป็นแนวยาวนวลขาวราวกับใช้ผงหอมศรีจันทร์ ต่างจากรถค่ายอื่นที่จะเป็นเม็ดๆเรียงต่อกัน ซึ่งจะไปสิงสถิตย์ในรุ่น GT และ GT-Premium ส่วนรุ่น GLS-LTD. จะได้ไฟหน้าเลนส์โปรเจคเตอร์หลอดฮาโลเจน และไม่มีไฟ Daytime Running Lights มาให้ เส้นสายโครเมียมกรีดจากไฟหน้าลงมาหาไฟตัดหมอก จุดนี้เองที่ทำให้หน้ารถเกิดความโดดเด่น
ฝากระโปรงหน้าเท่าที่ดูจะเป็นพาร์ทเดียวกันกับ All New Triton แต่กระจกมองข้างจะคนละทรง
ล่าสุด Ford ได้แนะนำ F-Series Super Duty รถกระบะฟูลไซส์ใหม่ที่มีการปรับทั้งรูปลักษณ์ภายนอกและภายใน และยังรวมไปถึงงานวิศวกรรมตัวถังและเครื่องยนต์ให้มีความโดดเด่นมากขึ้นอีกด้วย
Ford F-Series ถือว่าทำตลาดและเปลี่ยนโฉมกันมามากถึง 13 เจนเนอเรชันเข้าไปแล้ว แต่สำหรับไลน์อัพ Super Duty นั้นถือว่าเป็นเจนเนอเรชันที่ 4 โดยการแนะนำครั้งนี้ฟอร์ดก็ยังแยกรุ่นและขนาดออกเป็น F-250, F-350, F-450 และ F-550 โดยจะคงเอกลักษณ์กระจังหน้าขนาดใหญ่เสริมโครเมี่ยมทรงบึกบึนไว้ ไฟหน้าแบบใหม่พร้อมหลอด LED ด้านข้างตัวรถติดตั้งช่องระบายอากาศพร้อมระบุชื่อรุ่นไว้ ขอบซุ้มล้อหน้าและหลังจะมาทรงโค้งเหมือนรุ่นที่แล้ว
Ford F-Series Super Duty จะเริ่มมีการจำหน่ายที่อเมริกาในช่วงปลายปีหน้า ซึ่งเชื่อว่าคนไทยหลายคนถูกใจ แต่ฟอร์ดไม่เอามาขายบ้านเราแน่ๆ ถ้าอยากได้ก็ต้องสั่งนำเข้าอย่างเดียว..!!
Baleno มีการออกแบบที่ออกแนวเรียบง่าย แต่ยังคงเอกลักษณ์เสา A สีดำไว้เหมือนสวิฟท์ ไฟหน้าฝังไฟ DRL ไว้เพิ่มความโดดเด่น และไฟท้ายแบบ LED ส่วนภายในห้องโดยสารมีดีไซต์แผงคอนโซลหน้าทรงใหม่พร้อมจอสัมผัส, พวงมาลัยยังคล้ายของ Swift และรุ่นอื่นๆของค่าย, มีระบบจำกัดความเร็ว Adaptive Cruise Control, รองรับ Apple Car Play และระบบความปลอดภัยอย่างระบบช่วยเบรกอัตโนมัติสามารถรองรับได้ 5 ที่นั่ง และมีพื้นที่เก็บสัมภาระมากถึง 355 ลิตร