วันพฤหัสบดีที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2558

เผยแล้ว All New Honda Civic ปรับปรุงมาดีกว่าเดิม ไม่ใช่แค่เสริมหล่อ!!

       สิ้นสุดการรอคอยสักทีกับรถยนต์นั่งของฮอนด้าที่มีแฟนๆทั้งชาวไทยและทั่วโลกจ้องจับดูไม่น้อย วันที่ 16 กันยายน Honda ได้ทำการเปิดตัว All New Honda Civic โฉมใหม่เป็นที่เรียบร้อยที่ Los Angeles สหรัฐอเมริกา ซึ่งถือเป็นเจเนอเรชั่นที่ 10 เข้าไปแล้ว..!!


       ก่อนหน้านี้ที่ทางฮอนด้าได้เปิดตัวรถต้นแบบของ All New Civic ใหม่ก็สร้างความน่าสนใจได้ไม่น้อยเลย และเมื่อเผยโฉมตัวขายจริงก็ยิ่งสร้างความฮือฮาด้วยรูปลักษณ์ที่เปลี่ยนไปในทางที่ดีกว่าเดิมแทบทั้งคัน!!

       
All New Honda Civic เจเนอเรชั่นนี้ถือว่ามีการดีไซต์ที่โดดเด่นกว่าตัวเดิมแบบชัดเจน กระจังหน้าโครเมียมขนาดใหญ่ที่สอดรับกับไฟหน้าแบบ LED พร้อมหลอดไฟส่องสว่างตอนกลางวันในโคมเดียวกันอย่างลงตัว และยังวางตำแหน่งไฟหรี่สีส้มข้างตัวรถไว้บริเวณรอยต่อของกันชนหน้า ล้ออัลลอยขนาดใหญ่สีดำปัดเงา

       เส้นสายด้านข้างจะค่อนข้างโฉบเฉี่ยว และการออกแบบหลังคาส่วนหลังที่มีความลาดเหมือนในรถทรง Fastback ก็ยิ่งทำให้ตัวรถดูสปอร์ตมากยิ่งขึ้น ส่วนขอบกระจกก็มีการวางแบบโอเปร่าตรงเสา C เพื่อให้รถดูใหญ่ขึ้น ไฟท้ายทรงบูมเมอแรงพร้อมกันชนหลังดีไซต์สปอร์ต โดยรวม All New Civic ใหม่จะมีความทันสมัย สปอร์ต และกำยำกว่าเดิม



       ภายในห้องโดยสารได้ตัดทิ้งความล้ำของจอสองชั้นในรุ่นที่แล้วออกไป และกลับเข้าสู่ความเรียบหรูในแบบที่ควรจะเป็น โดยมาตรวัดจะเป็นแบบ Digital แสดงข้อมูลได้ครบถ้วน มีการเพิ่มเส้นโครเมียมบริเวณกรอบช่องแอร์ฝั่งผู้ขับยาวไปถึงกลางคอนโซล ซึ่งจะให้ความรู้สึกเหมือนถูกโอบล้อมไว้ในความเป็นส่วนตัว มีระบบเบรกมือไฟฟ้า คอนโซลจะติดตั้งจอสัมผัสขนาด 7 นิ้ว ที่สามารถรองรับการใช้งานทั้ง Android Auto และ Apple CarPlay ที่สามารถควบคุมได้จากพวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่น



       ขุมพลังจะได้จากเครื่องยนต์เบนซินขนาด 1.5 ลิตร พ่วงเทอร์โบ จ่ายน้ำมันแบบฉีดตรง Direct Injection ส่งกำลังผ่านระบบเกียร์ CVT ใหม่ นอกจากนี้ยังมีเครื่องเบนซิน (ไร้หอย) 2.0 ลิตร i-VTEC 4 สูบ พร้อมเกียร์ธรรมดา 6 สปีด และเกียร์อัตนมัติ CVT 

       All New Civic ยังได้มีการพัฒนาในส่วนของโครงสร้างที่แข็งแรงมากขึ้นจากการใช้โลหะที่ทนต่อการบิดของตัวถัง จึงทำให้น้ำหนักลดลงไปกว่า 30 กิโลกรัม พร้อมระบบปรับช่วงล่างให้เหมาะสมจากสภาพถนนด้วยระบบไฮโดรลิค นอกจากนี้ยังเพิ่มเนื้อที่ภายในให้กว้างขึ้น รวมถึงลดมุมอับที่เกิดจากเสา A ให้น้อยลง

       All New Honda Civic (Sedan) เปิดตัวที่อเมริกาพร้อมจองและรับรถประมาณปลายปีนี้ ส่วนเวอร์ชัน Coupe  2 ประตูจะเปิดตัวตามมาภายหลัง และบ้านเราจะเปิดตัวในช่วงต้นปีหน้า..!!

ติดตามข่าวสารยานยนต์ได้บนแฟนเพจ MZ Crazy Cars คลิกที่นี่
**************************************

วันพุธที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2558

Nissan March กับ Almera MY16 เพิ่มไฟ DRL และออพชันออกกระตุ้นตลาด..!!

     ค่ายรถ Nissan ถือว่าเป็นผู้นำรถยนต์ Eco Car ในประเทศไทยเพราะได้เปิดตัวและทำตลาดเป็นเจ้าแรกกับนิสสัน March และรถอีโคคาร์ซีดานรุ่นแรกอย่าง Almera จนมียอดจำหน่ายสะสมไปแล้วกว่า 240,000 คัน..!!


       และแล้วก็ได้เวลาที่ทั้งสองจะกอดคอกันปรับความโดดเด่นเล็กๆน้อยๆในรุ่น Model Year 2016 ด้วยการติดตั้งระบบไฟส่องสว่างเวลากลางวัน ที่นิสสันใช้ชื่อว่า "Diamond LED Daytime Running Lights" สวยเด่นดั่งเพชรเม็ดงามนั่นเอง

       ทั้งนี้ Nissan Almera ยังได้มีการยังได้เพิ่มคิ้วโครเมียมขอบประตู ทำให้มุมมองรอบคันสวยเฉียบหรู ขณะที่ภายในห้องโดยสารของทั้งคู่ก็มีฟังก์ชั่นการใช้งานครบครัน ให้ความสะดวกสบาย ทั้งระบบควบคุมเครื่องเสียงบนพวงมาลัยพร้อม MP3, อุปกรณ์เชื่อมต่อ AUX-IN/USB, กุญแจ Intelligent Key ที่สามารถเปิดกระโปรงท้ายรถได้, ปุ่ม Push Start, กล้องมองหลังและเซ็นเซอร์ถอยหลัง 4 จุด พร้อมสัญญาณเตือนกะระยะ


       ส่วนขุมพลังยังเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง เครื่องยนต์เบนซิน ขนาดความจุ 1.2 ลิตร 3 สูบ ให้กำลัง 79 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 106 นิวตันเมตร ที่ 4,400 รอบ/นาที ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ XTRONIC-CVT ให้การขับขี่ที่นุ่มนวลเต็มสมรรถนะ ที่สรา้งอัตราประหยัดน้ำมันถึง 20 กิโลเมตร/ลิตร พร้อมด้วยเทคโนโลยี นิสสัน เพียว ไดร์ฟ (PURE DRIVE) ทำให้ปล่อยมลพิษต่ำคือปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) ไม่เกิน 120 กรัม/กิโลเมตร เทียบเท่าระดับมาตรฐาน EURO 4


       ระบบความปลอดภัยก็มีมาให้อย่างครบครัน ไม่ว่าจะเป็น ถุงลมนิรภัยคู่หน้าในทุกรุ่น, ระบบเบรกป้องกันล้อล็อก ABS พร้อมระบบกระจายแรงเบรก EBD และระบบช่วยเบรก BA ภายใต้โครงสร้าง ZONE BODY CONCEPT ที่เน้นความแข็งแกร่งปกป้องสูงสุดเพื่อลดความเสียหายขณะเกิดอุบัติเหตุ

       Nissan March และ Nissan Almera มีให้เลือก 3 รุ่น ได้แก่ EL, V, และ VL โดยมีราคาเริ่มต้นที่ 518,500 บาท สำหรับ March รุ่น EL และราคาเริ่มต้นที่ 543,000 บาท สำหรับ Almera รุ่น EL

       นอกจากนี้นิสสันยังได้จัดทำข้อเสนอพิเศษ โดยลูกค้าสามารถเลือกข้อเสนอดอกเบี้ย 0% หรือเลือกดาวน์ต่ำเพียง 19,999 บาท พร้อมฟรีประกันภัยชั้น 1 NPP* โดยข้อเสนอพิเศษนี้สำหรับลูกค้าที่จองและรับรถภายใน 30 กันยายน!!

ติดตามข่าวสารยานยนต์ได้บนแฟนเพจ MZ Crazy Cars คลิกที่นี่
**************************************

Nissan Grip Z รถต้นแบบครอสโอเวอร์ใหม่ ที่อาจแทนรถสปอร์ตตระกูล Z


       หลังจากที่นิสสันได้เผยภาพทีเซอร์ของรถอเนกประสงค์ขนาดเล็กไปเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ในที่สุดก็ได้ฤกษ์เปิดตัวสู่สายตาสาธารณะชนที่งาน แฟรงค์เฟิร์ต มอเตอร์โชว์เป็นที่เรียบร้อย ซึ่งเห็นการออกแบบดีไซต์แล้วให้อารมณ์ที่น่าค้นหาถึงตัวตนของมันยิ่งนัก..!!

       รถอเนกประสงค์ที่ว่านั่นคือ Nissan Grip Z รถยนต์ต้นแบบตระกูล Z ใหม่ ที่มีข่าวลือก่อนหน้านี้ว่ารถสปอร์ต Z ของนิสสันในโฉมถัดไปอาจจะกลายพันธุ์เป็น Sport Crossover ขนาดเล็กแทน ซึ่งเมื่อนิสสันเปิดตัวเจ้านี่ออกมาก็ยิ่งมีความเป็นไปได้สูง



       Nissan Grip Z เป็นรถที่รวมเอาแนวคิดระหว่างความสามารถในรถยนต์อเนกประสงค์และความตื่นเต้นที่ทรงพลังอย่างในรถสปอร์ตมาผสานเข้าไว้ด้วยกัน โดยจะมีการออกแบบที่เน้นเส้นสายให้ดูล้ำสมัยในแบบรถแกร่ง กระจังหน้ารูปตัว V ลักษณะเด่นจากทางค่ายถูกใส่ไว้อย่างเป็นเอกลักษณ์ ประตูจะเปิดออกมาในแบบตู้กับข้าวและแบบปีกนกในบานคู่หน้า ซึ่งโดยรวมจะมีความรู้สึกปราดเปรียวและพร้อมลุยทุกเส้นทาง



       ส่วนภายในมีการใช้โทนสีเทา สีขาว และสีแดงส้มบริเวณคอนโซลหน้าและกลาง พร้อมทั้งการออกแบบที่วางแขนตรงแผงประตูและกลางคอนโซลใกล้คันเกียร์ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจมาจากอานนั่งของรถจักรยานแข่ง Nissan Grip Z อาจจะสร้างขึ้นบนพื้นฐาน CMF-B ที่เป็นพื้นฐานตัวถังใหม่โดยเป็นการพัฒนาระหว่าง Renault และ Nissan

       ตอนนี้ยังไม่มีรายละเอียดทางเทคนิคที่แน่นอน แต่นิสสันยังกล่าวว่า "
Nissan Grip Z มีการพัฒนาที่รองรับพลังแบบไฮบริด และพลังงานไฟฟ้าอย่างใน Nissan Leaf ที่จะให้ทั้งความประหยัด ความเงียบ และประสิทธิภาพในการขับขี่สูงสุด"

       ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ค่อนข้างใหญ่ที่นิสสันจะพลิกบทบาทจากรถสปอร์ตตระกูล Z มาเป็นรถครอสโอเวอร์อย่าง Nissan Grip Z ส่วนหนึ่งคือผลกระทบทางจิตใจของผู้ที่ยังครอบครองรถสปอร์ต Z โดยนิสสันบอกว่า "จะเป็นเรื่องดีที่จะมีกลุ่มลูกค้าใหม่เข้ามาเป็นครอบครัว Z มากยิ่งขึ้นโดยที่ยังคงเอกลักษณ์ของตระกูลไว้" 

       Nissan Grip Z จะเป็นรถที่เปี่ยมไปด้วยสมรรถนะแต่มีราคาที่ไม่แพงจนเกินไป ซึ่งจะทำให้ตัวรถมีความคุ้มค่ามากขึ้นและดึงดูดกลุ่มลูกค้าใหม่ได้เป็นอย่างดี..!!



ติดตามข่าวสารยานยนต์ได้บนแฟนเพจ MZ Crazy Cars คลิกที่นี่
**************************************
ที่มา worldcarfans

Spyshot : Naked Bike วิ่งทดสอบในไทยที่คาดว่าเป็น Yamaha MT-15..!!


       ความเคลื่อนไหววงการสองล้อบ้านเราถือว่ามีการขยับตัวกันพอสมควร ถึงแม้จะเป็นรองตลาดใหญ่ในอินโดฯ แต่บ้านเราก็พึ่งมีการเปิดตัวรถใหม่จากค่าย Yamaha รวดเดียวถึง 4 รุ่นด้วยกัน และยังต่อเนื่องกันด้วย Spyshot Naked Bike ที่มีคนจับภาพได้เมื่อวันที่ 14 กันยายนที่ผ่านมา ซึ่งดูๆแล้วมันคือรถจากค่ายส้อมเสียงนั่นเอง..!!


       ภาพรถมอเตอร์ไซต์ปริศนาทรงเปลือยแฟริ่งคันนี้ถูกถ่ายได้ในเมืองไทยที่ใดสักแห่ง ซึ่งเป็นลักษณะของรถทรง Naked ที่มีไบค์เกอร์สวมชุดสีดำตั้งแต่หมวกยันรองเท้า ตัวรถจะเตะตาด้วยชุดกันสะเทือนด้านหน้าแบบโช็คหัวกลับ USD พร้อมดิสก์เบรคหน้าเละหลัง โคมไฟหน้าจะอยู่ในตำแหน่งที่ต่ำติดกับกระบอกโช็คที่มีไฟเลี้ยวแทรกออกมาระหว่างแผงมาตรวัด

       แผงแฮนเดิลบาร์จะค่อนข้างยกสูง ซึ่งจากภาพจะเห็นชัดเจนว่าท่านั่งของผู้ขับขี่จะอยู่ในตำแหน่งที่ผ่อนคลาย หลังตรงและไม่ก้มเท่าไหร่นัก ส่วนเรือนร่างด้านข้างจะถูกปกคลุมไปด้วยชุดแฟริ่งที่ค่อนข้างมากชิ้นที่ต่อลงมาจากถังน้ำมันครอบปกปิดแผงหม้อน้ำและอกไก่ดูมิดชิดกว่ารถเน็กเก็ตทั่วไป

       ขยับมาดูด้านหลังจะเห็นท้ายรถที่สั้นและสูง แต่เมื่อสังเกตดีๆไม่ว่าจะเป็นปลายท่อไอเสีย ที่พักเท้าด้านหลัง สวิงอาร์ม บังโคลนหลัง และจุดยึดแผ่นป้ายทะเบียนจะมีลักษณะใกล้เคียงกับ YZF-R15 มากทีเดียว ซึ่งจากภาพเปรียบเทียบด้านล่างจึงพอจะเดาได้ว่านี่อาจจะเป็น Yamaha MT-15 หรือรถทรงเปลือยของ R15 นั่นเอง



       รวมถึงการจัดวางและลักษณะของเครื่องยนต์ก็แทบจะเรียกได้ว่าเป็นตัวเดียวกัน โดยเครื่องยนต์ของ R15 จะมีขนาดความจุ 150 ซีซี 1 สูบ 4 จังหวะ SOHC พร้อมเกียร์ 6 สปีด ที่สร้างกำลังได้ 17 แรงม้า ที่ 8,500 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 14.5 นิวตัน-เมตร ที่ 7,500 รอบต่อนาที ระบายความร้อนด้วยหม้อน้ำ และมีน้ำหนัก 134 กิโลกรัม

       มีความเป็นไปได้สูงว่าเจ้าคันนี้กำลังจะเป็นคู่แข่งใหม่ของ Honda CB150R ที่พึ่งเปิดตัวไปเมื่อเดือนที่แล้วในอินโดนีเซีย แต่ด้วยออพชั่นบางอย่างที่ดูมีราศีกว่า R15 เรื่องที่ต้องถามต่อคือราคาที่น่าจะสูงกว่ากันแน่นอน ซึ่งการที่มาวิ่งทดสอบในเมืองไทยก็เชื่อว่าเรายังได้ลุ้นกับโมเดลนี้พอสมควร แต่ถึงอย่างไรก็ต้องติดตามกันต่อไปให้ดีครับ..!!

ติดตามข่าวสารยานยนต์ได้บนแฟนเพจ MZ Crazy Cars คลิกที่นี่
**************************************
ภาพจาก R15clubthailand และ thaispyshot

วันอังคารที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2558

Toyota C-HR Concept เวอร์ชัน 5 ประตู ‪กับเส้นสายที่คมลงตัวขึ้น..!!


        โตโยต้าได้เปิดตัวรถต้นแบบ C-HR 
Concept เวอร์ชัน 5 ประตู ที่ IAA แฟรงค์เฟิร์ต มอเตอร์ โชว์ 2015 พร้อมรายละเอียดเพิ่มมากขึ้น หลังจากที่เปิดตัวเวอร์ชันสองประตูไปในงาน Paris Motor Show 2014 ที่ผ่านมา..!!

       ในการออกแบบภายนอกจะมีรูปแบบที่ใกล้เคียงกับตัวขายจริงมากขึ้น โดยลักษณะส่วนใหญ่คล้ายกับรุ่นแรก ใช้โทนสีเทาโลหะซึ่งจะมีไฟหน้าใหม่แบบ LED พร้อมโลโก้ขนาดใหญ่ และมีไฟ DRL ที่วางไว้ใกล้ๆกับช่องรับลมตกแต่งแถบสีดำด้านล่าง ล้ออัลลอย
ขนาดใหญ่ลาย 5 ก้าน 



       บริเวณเสา A จะเป็นสีดำ คิ้วซุ้มล้อสีดำด้านและเส้นสายด้านข้างที่คมมากขึ้น ประตูบานหลังจะมีการซ่อนมือเปิดไว้ และโดดเด่นด้วยไฟท้ายขนาดใหญ่ มีสเกิร์ตรอบคัน หลังคาด้านท้ายที่ลาดต่ำลงมาบวกกับเส้นสายที่ลงตัวมากขึ้นจึงทำให้ C-HR คันนี้ดูสปอร์ตอย่างเห็นได้ชัด

       Toyota C-HR Concept จะถูกพัฒนาบนแพลทฟอร์มใหม่ล่าสุด Toyota New Global Architecture (TNGA)
 สถาปัตยกรรมของโตโยต้าใหม่ทั่วโลก ที่มีการการพัฒนาตัวถังแข็งแรง และให้ความมั่นใจในยามขับขี่ ทั้งยังพัฒนาประสิทธิภาพการระบายความร้อน (Thermal efficiency) มากถึง 40 % ซึ่งจะส่งผลต่อการประหยัดน้ำมัน รวมถึงระบบไฮบริดทำงานได้สมบูรณ์มากขึ้นและแบตเตอรี่ขนาดเล็กน้ำหนักเบา

       Toyota C-HR Concept ใหม่ จะมาเป็นคู่แข่งของ Nissan Juke ซึ่งจะเปิดตัวเวอร์ชันผลิตจริงในงาน Geneva Motor Show 2016 ก่อนที่ขายจริงในเวลาต่อมา..!!

ติดตามข่าวสารยานยนต์ได้บนแฟนเพจ MZ Crazy Cars คลิกที่นี่
**************************************
ที่มา indianautosblog

Mazda เผย Koeru Concept รถต้นแบบใหม่สุดสปอร์ต..!!


       ในงานจัดแสดงรถยนต์ Frankfurt motor show ต่างก็มีค่ายรถตบเท้าเข้าโชว์รถใหม่ๆมากมาย ซึ่งในวันนี้เองมาสด้าก็ได้เผยรถต้นแบบ Mazda Koeru Concept ที่มาพร้อมกับมาดสปอร์ตครอสโอเวอร์เต็มพิกัด..!!

       Mazda Koeru Concept รถยนต์แนว Crossover SUV รุ่นใหม่ ทางมาสด้ายังไม่ได้เปิดเผยว่ามันจะมาเป็นรถต้นแบบของรุ่นใด ซึ่งสื่อต่างประเทศก็คาดเดาว่ามันอาจจะเป็น next-generation ของ CX-5, CX-7, CX-9 หรืออาจจะเป็น CX-4 แต่เมื่อมาดูขนาดตัวถังของ Koeru ที่มีความยาว 4,600 มิลลิเมตร ความกว้าง 1,900 มิลลิเมตร และสูง 1.500 มิลลิเมตร จะเห็นได้ว่ามีขนาดที่ใหญ่กว่า Mazda CX-5 เพียงเล็กน้อย ซึ่งเป็นไปได้ว่าอาจจะเป็น Mazda CX-6



       Koeru ในภาษาญี่ปุ่นแปลว่า "ไปได้ไกลกว่า" ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจาก "อำนาจและพลังของสัตว์ป่า" มีการออกแบบตามแนวคิด KODO Design ที่เหมือนเอา CX-3 และ CX-5 รวมไว้ในคันเดียวกัน กระจังหน้าขนาดใหญ่ตกแต่งโครเมียมที่ลากเส้นสอดรับกับไฟหน้าแบบ LED คิ้วซุ้มล้อสีดำพร้อมล้อขนาด 21 นิ้วปัดเงา ท้ายรถค่อนข้างลาดและกระจกแคบ ชุดสเกิร์ตรอบคันพร้อมปลายท่อไอเสียคู่ ซึ่งทำให้ตัวรถดูสปอร์ตขึ้นมากๆ


       ภายในได้อารมณ์สปอร์ตหรูหราคล้าย Mazda 3,6 พร้อมติดตั้งระบบ MZD Connect เวอร์ชั่นใหม่ ที่ให้ความบันเทิงและอุปกรณ์อำนวยความสะดวกมากมาย Mazda ยังเปิดเผยว่า "จะพุ่งเป้าหมายไปที่ลูกค้าที่มีต้องการความท้าทายในรถครอสโอเวอร์ และมาสด้าก็จะส่งมอบความสุขในการขับขี่ที่สนุกผ่านรถคันนี้"

       ส่วนในเรื่องเครื่องยนต์ยังไม่มีข้อมูลเผยออกมาแต่อย่างใด. Mazda  Koeru Concept จะกลายเป็นรถต้นแบบในการพัฒนา Crossover SUV ของมาสด้ารุ่นไหนกันแน่นั้น ต้องรอฟังความแน่ชัดอีกที..!!


ติดตามข่าวสารยานยนต์ได้บนแฟนเพจ MZ Crazy Cars คลิกที่นี่
**************************************
ที่มา caradvice

วันจันทร์ที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2558

ข้อมูลสเปค Volkswagen Amarok กระบะที่แพงที่สุดในไทย มีอะไรดี ไปดูกัน..!!


       Volkswagen Amarok รถกระบะพรีเมียมที่มีราคาค่าตัวแตะ 2 ล้านบาท ซึ่ง Thaiyanyont ได้นำเข้ามาจำหน่ายในประเทศไทย แต่หลายคนยังไม่ทราบถึงรายละเอียดและสเปคต่างๆว่าเป็นอย่างไร ฉะนั้นเราไปดูข้อมูลของรถคันนี้กันดีกว่าครับ!!

       บริษัท ไทยยานยนตร์ จำกัด ได้ตัดสินใจนำ Volkswagen Amarok ที่ว่ากันว่าเป็นรถกระบะหรูพรีเมียมเข้ามาทำตลาดในเมืองไทยอย่างเป็นทางการพร้อมเปิดตัวครั้งแรกในงาน Thailand International Motor Expo 2012 โดยตั้งราคาไว้ที่ 1.8 ล้านบาท!!




       แรกเริ่มเดิมทีก่อนที่ VW Amarok จะกำเนิดต้องย้อนกลับไปเมื่อปี 2005 บริษัท Volkswagen Commercial Vehicles (VWCV) ได้เปิดโครงการพัฒนารถกระบะขนาดกลางในชื่อ Volkswagen Robust ซึ่งใช้เวลาพัฒนาไปกว่า 3 ปี ก่อนที่รถต้นแบบ VW SAR จะออกเผยโฉมในปี 2008 ที่มี Mr.Walter de'Silva เป็นหัวหน้าในการออกแบบ และได้ขึ้นไลน์ผลิตรุ่นโปรดัคชั่นที่โรงงาน Pacheco ในอาร์เจนติน่า โดยใช้ชื่อในการจำหน่ายว่า "Amarok" หมายถึง "หมาป่า" (เป็นภาษาอินูอิท Inuit ชนเผ่าหนึ่งของเอสกิโม)

      VW Amarok จะมีความยาวอยู่ที่ 5,254 มิลลิเมตร กว้าง 1,944 มิลลิเมตร สูง 1,834 มิลลิเมตร และระยะฐานล้อ 3,095 มิลลิเมตร เมื่อเทียบกับ Ford Ranger ที่มีมิติตัวถังขนาดใหญ่มีความยาว 5,362 มิลลิเมตร กว้าง 1,860 มิลลิเมตร สูง 1,815 มิลลิเมตร ฐานล้อ 3,220 มิลลิเมตร จะเห็นได้ว่า VW Amarok จะมีตัวถังและฐานล้อที่สั้นกว่า แต่มีความกว้างและสูงกว่า Ford Ranger ส่วนมิติภายในกระบะรุ่นสี่ประตูจะมีความยาว 1,555 มิลลิเมตร กว้าง 1,620 มิลลิเมตร และสูง 508 มิลลิเมตร



       การออกแบบภายนอกจะเน้นเส้นสายที่เป็นเหลี่ยมเป็นสันดูแข็งแกร่งบึกบึน กันชนหน้าเพิ่มไฟตัดหมอก ล้ออัลลอยขนาด 17 นิ้ว แบบ 5 รูน็อต ไฟท้ายดวงโตทรงสี่เหลี่ยมและกันชนหลังดีไซต์เข้ารูปกับกระบะ ส่วนภายในห้องโดยสารจะออกแบบมาอย่างเรียบง่าย ไม่หรูหรามากนัก แต่เน้นการใช้งานที่สะดวก มีระบบความบันเทิงจากชุดเครื่องเสียงระดับไฮเอนด์ จอแสดงผลมัลติฟังก์ชั่น ระบบปรับอากาศแบบอัตโนมัติ รวมถึงครูซคอนโทรล และทั้งหมดนี้จึงทำให้ Amarok มีน้ำหนักตัวมากถึง 1.9 ตัน จะเป็นปัญหาของเจ้าคันนี้หรือไม่? เครื่องยนต์และระบบเกียร์คือคำตอบ!!

       ในช่วงแรกจะใช้เครื่องยนต์ดีเซลคอมมอนเรล TDI ขนาด 2.0 ลิตร เทอร์โบคู่ Bi-Turbo ให้กำลังสูงสุด 163 แรงม้า แรงบิด 40.7 กก.-ม. ที่ 1,500 รอบต่อนาที ให้อัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ย 13 กิโลเมตรต่อลิตร ต่อมาได้มีการปรับปรุงเครื่องยนต์ใหม่ ซึ่งเป็นเวอร์ชันเดียวกันที่จำหน่ายในไทย เครื่องยนต์ดีเซล ขนาด 2.0 ลิตร TDI เทอร์โบคู่ BiTurbo ที่ให้กำลังสูงสุดถึง 177 แรงม้า (132 กิโลวัตต์) แรงบิดที่ 420 นิวตันเมตร สามารถทำความเร็ว 0-100 ได้ในเวลาน้อยกว่า 12 วินาที ความเร็วสูงสุดประมาณ 180 กม./ชม. มีแรงในการลากจูงถึง 2.8 ตัน เรียกได้ว่าเป็นเครื่องเล็กที่สู้เครื่องใหญ่ๆในตลาดบ้านเราได้อย่างสบายๆ

       พละกำลังทั้งหมดจะถูกส่งผ่านระบบเกียร์อัตโนมัติ ZF 8 สปีด ถือว่าเป็นครั้งแรกสำหรับการนำเทคโนโลยีระดับสูงมาติดตั้งในรถยนต์ขับเคลื่อนสี่ล้อระดับหรู ซึ่งระบบเกียร์จะให้ความนุ่มนวล เงียบ และแม่นยำในการปรับเปลี่ยนทุกช่วงเกียร์ รวมทั้งให้ความสมดุลย์ในสภาวะการใช้งานทั้งแบบ On Road และ Off Road พร้อมอัตราทดแบบ “โอเวอร์ไดร์ฟ” ที่เกียร์ 7 และเกียร์ 8 ช่วยให้รอบเครื่องยนต์ต่ำในขณะที่ขับขี่ด้วยความเร็วสูง


       นอกจากนี้ยังได้ติตดั้งระบบขับเคลื่อนสี่ล้อแบบ "4 Motion อัจฉริยะ" ที่ออกแบบมาเพื่อรองรับการขับขี่ได้ทุกสภาพวะ พร้อมความปลอดภัย เช่น ถุงลมนิรภัยคู่หน้า ระบบเบรกป้องกันล้อล็อค ABS พร้อมระบบกระจายแรงเบรก EBDระบบช่วยเบรก BAS, ระบบควบคุมการเบรก EBC, ระบบควบคุมการทรงตัว ESP, ระบบป้องกันการลื่นไถลและล้อหมุนฟรี TCS, เฟืองท้าย Differential Lock แบบไฟฟ้า และสมองกลควบคุมระบบช่วงล่างกันสะเทือนให้เหมาะสมกับสภาพถนน

       นายสมรรถ รอบบรรเจิด ผู้จัดการฝ่ายการตลาดและผลิตภัณฑ์โฟล์คสวาเกน กล่าวว่า "หลังจากที่บริษัทฯ ได้ศึกษาด้านการตลาดสำหรับการนำเข้ามาจำหน่ายของรถยนต์ในรุ่น VW Amarok ทางบริษัทฯ จึงมีความมั่นใจที่จะนำเข้ารถยนต์รุ่นดังกล่าวมาจำหน่ายในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ โดยเลือกสรรรถยนต์ Volkswagen Amarok ดับเบิ้ลแค็บ เครื่องยนต์ดีเซลขนาด 2.0 ลิตร BiTDI ขับเคลื่อนสี่ล้อ 4 MOTION แบบ All Wheel Drive พร้อมเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด ที่มีให้เลือกทั้งโหมดสปอร์ตและแบบ Manual ซึ่งเป็นรุ่น Top Line โดยราคาจำหน่ายจะอยู่ประมาณ 1.8 ล้านบาท"

       "ปัจจุบันตลาดเซกเมนต์นี้ถือเป็นเซกเมนต์ใหม่ที่ยังไม่มีคู่แข่ง และเป็นช่องว่างของตลาดที่น่าสนใจและเปิดโอกาสในการสร้างยอดจำหน่ายในประเทศไทย เนื่องจากเป็นตลาดที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศและเป็นตลาดใหญ่อันดับ 2 ในโลก รองจากตลาดอเมริกา ดังนั้นในช่วงปีแรกทางบริษัทฯคาดว่าจะสามารถทำยอดจำหน่ายรวมทั้งสิ้น 300 คัน หลังจากนั้นยอดจำหน่ายน่าจะขยับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับสายการผลิตและการส่งมอบรถยนต์รุ่งดังกล่าวของบริษัทแม่ในประเทศเยอรมัน"


       และนี่คือข้อมูลของกระบะที่มีราคาค่าตัวแพงที่สุดในไทย Volkswagen Amarok ที่นำเข้าโดย Thaiyanyont ถือว่าเป็นอีกตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับใครที่มีตังค์เหลือๆ และอยากเท่แบบไม่ซ้ำใครบนท้องถนน..!!

ภาพเทียบขนาดกับคู่แข่ง
ภาพจาก Car-News.TV

 ภาพจาก RPM TV

ภาพจาก caradvice

ภาพจาก carsguide

ภาพจาก pickuptrucks

ติดตามข่าวสารยานยนต์ได้บนแฟนเพจ MZ Crazy Cars คลิกที่นี่
**************************************
ข้อมูลจาก motortrivia และ thairath

วันอาทิตย์ที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2558

Smart ForTwo กลายเป็นลีมูซีนหกล้อในชื่อ MadeForSix จากสำนัก Limouzine.de..!!


       รถยนต์นั่งขนาดเล็กอย่าง Smart แบรนด์จากยุโรปที่สร้างการยอมรับให้กับคนทั่วโลกแล้วว่ารถยนต์ขนาดเล็กจิ๋วมันมีดีและสามารถตอบโจทย์ได้มากกว่าที่คุณคิด เพราะด้วยขนาดที่กระทัดรัดจึงสามารถขับขี่ได้อย่างคล่องตัว

       ล่าสุด Limouzine.de สำนักแต่งรถหรูแนวลีมูซีนก็ได้จับเอาเจ้า Smart ForTwo ในรุ่นที่แล้วมาแปลงให้เป็นรถลีมูซีนหกล้อในชื่อ MadeForSix

       ซึ่ง ForTwo เดิมที่มีความยาวจากโรงงานทั้งหมดแค่ 2.69 เมตร แต่เมื่อจับยืดออก MadeForSix จะมีความยาวเพิ่มขึ้นเป็น 5.5 เมตร สามเพลาหกล้อ พร้อมล้ออัลลอยขนาดใหญ่ถึง 18 นิ้ว นอกจากนี้ประตูด้านหลังยังออกแบบให้เปิดขึ้นอย่างในรถสปอร์ต ซึ่งภายในห้องโดยสารก็จะมีการตกแต่งและสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ไม่ว่าจะเป็นระบบความบันเทิงพร้อมจอทีวี รวมถึงมีระบบควบคุมอุณหภูมิและความชื้นมาให้

    Smart MadeForSix มีการปรับจูนเครื่องยนต์ที่สามารถให้พละกำลังมากถึง 120 แรงม้า จากเดิมราวๆ 70 แรงม้าเท่านั้น ซึ่งข้อมูลต่างๆที่รายละเอียดจะถูกเผยแพร่พร้อมเปิดตัวในสัปดาห์หน้าในงาน Frankfurt Motor Show..!!


ติดตามข่าวสารยานยนต์ได้บนแฟนเพจ MZ Crazy Cars คลิกที่นี่
**************************************
ที่มา worldcarfans

วันเสาร์ที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2558

Spyshot : All New Honda Civic แบบไร้ผ้าคลุม ก่อนเปิดตัว 16 กันยายนนี้..!!



       All New Honda Civic โฉมใหม่หลังจากที่วิ่งทดสอบกันมาระยะหนึ่งซึ่งก็มีมือดีจับภาพได้ตลอดมา ล่าสุดเว็บไซต์ Civicx.com ก็ได้เผยภาพ All New Civic Generation ที่ 10 ตัวเป็นๆที่ไม่มีการพรางต้วใดๆทั้งสิ้น เล่นเอาซะสาวกน้ำลายไหลกันเลยทีเดียว

       คันที่เห็นนี้จะเป็นตัวถังซีดาน ซึ่งรูปลักษณ์มันมีความโดดเด่นออกมามากกว่าที่คิดไว้เมื่อตอนขณะวิ่งทดสอบพร้อมมีลายพรางเต็มตัว ด้านหน้าไม่ผิดเพี้ยนจากภาพที่สื่อหลายสำนักมโนก่อนหน้านี้ โดยกระจังหน้าจะมีแถบโครเมียมยาวไปจนถึงไฟหน้าเพิ่มความเตะตาและโฉบเฉียว

       ด้านข้างจะเห็นได้ว่ามีความสปอร์ตขึ้นจากเสา C ท้ายรถที่ลาดคล้ายทรง Coupe อย่างเห็นได้ชัด ซึ่งให้ทั้งความใหญ่โตและบึกบึนมากกว่ารุ่นเดิมพอสมควร ส่วนไฟท้ายจะจะเป็นรูปตัว C ที่จะกินเนื้อที่ไปถึงสปอยเลอร์หลัง



       ส่วนภาพข้างบนนี้จะเป็นภายในเวอร์ชัน Coupe ซึ่งก็ไม่ได้มีความแตกต่างกับตัวถังซีดานเท่าไหร่นัก

       เครื่องยนต์ในสเปคอเมริกาจะเป็นเบนซิน พ่วงเทอร์โบ ขนาด 1.5 ลิตร ที่มีทั้งเกียร์ธรรมดา 6 สปีด และเกียร์อัตโนมัติ CVT ใหม่ ทั้งนี้ยังมีระบบความปลอดภัยแบบจัดเต็มไม่ว่าจะเป็น ระบบรักษาความเร็วอัตโนมัติ, ระบบรักษาช่องทาง, ระบบเตือนภัยเมื่อมีวัตถุใกล้หน้ารถมากเกินไปขณะขับขี่ รวมถึงระบบกล้องมองหลังที่สามารถปรับมุมมองได้ 3 ระดับ

       All New Honda Civic เวอร์ชัน Sedan จะเปิดตัวก่อนใครที่สหรัฐอเมริกาในวันที่ 16 กันยายนที่จะถึงนี้ ส่วนบ้านเราเจอกันตัวเป็นๆปี 2016..!!

ติดตามข่าวสารยานยนต์ได้บนแฟนเพจ MZ Crazy Cars คลิกที่นี่
**************************************
ที่มา civicx

วันอังคารที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2558

เสริมแรง!! Toyota Hilux V8 455 แรงม้า ฉลองยอดขาย 1 ล้านคันในแอฟริกา..!!


       หลังจากที่บ้านเราและอีกหลายๆประเทศได้ยลโฉมกระบะใหม่จากโตโยต้าอย่าง Hilux Revo กันไปบ้างแล้ว แต่ในแอฟริกาก็เป็นอีกประเทศที่นิยมรถกระบะพอสมควรได้ผุดไอเดียเสริมกำลังให้กับเจ้า Hilux ก่อนรีโว่จะเปิดตัวอย่างเป็นทางการ..!!


       ไฮลักซ์ วีโก้ ที่ขายอยู่ในแอฟริกาจะจุเครื่องขนาด 3.0 ลิตร D-4D ที่มีรุ่นย่อยมากถึง 45 รุ่น หลังจากที่กวาดยอดขายไปได้กว่าหนึ่งล้านคัน โตโยต้าแอฟริกาจึงเฉลิมฉลองด้วยการจับเจ้า Hilux มายัดเครื่องใหม่ให้แรงขึ้นไปอีก

       โดยจะนำเครื่องยนต์เบนซิน V8 ขนาด 5.0 ลิตร ที่ให้กำลังสูงสุดถึง 335 กิโลวัตต์ หรือ 455 แรงม้า ที่ 6,000 รอบต่อนาที ซึ่งเป็นเครื่องที่ยกมาจากรถสปอร์ตตัวเก่งอย่าง Lexus IS F และขุมพลังนี้เองยังเคยได้เข้าการแข่งขันแรลลี่ที่ถูกกล่าวว่าโหดที่สุดในโลกในรายการ Dakar มาแล้ว



       ในส่วนของรูปลักษณ์ภายนอกจะมีรูปแบบที่แตกต่างจากตัวปกติอย่างเช่นมีการเสริมชุดกันชนหน้าสีดำพร้อมไฟสปอตไลท์ ล้ออัลลอยด์ลายใหม่ขนาด 18 นิ้ว พร้อมลายกราฟฟิกเต็มคัน ความสูงตัวรถลดลง 50 มิลลิเมตร และปรับเซ็ตระบบช่วงล่างใหม่

       Toyota Hilux รุ่นพิเศษนี้มีเพียงแค่หนึ่งคันเท่านั้น ซึ่งทางโตโยต้าตั้งราคาไว้ราวๆ 2.6 ล้านบาท หากมีกระแสตอบรับดีก็อาจจะเพิ่มการผลิตตามความต้องการ..!!

ติดตามข่าวสารยานยนต์ได้บนแฟนเพจ MZ Crazy Cars คลิกที่นี่
**************************************
ที่มา worldcarfans

วันเสาร์ที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2558

Spyshot Suzuki Baleno ชูเครื่อง Boosterjet 1.0 ลิตร และดีเซลไฮบริด SHVS..!!


       หลังจากที่ซูซูกิเผยภาพทีเซอร์ Suzuki 
Baleno ที่มันกำลังจะกลายเป็นตัวตายตัวแทนของ Swift ไปแล้ว ล่าสุดเราได้ข้อมูลเครื่องยนต์และกำหนดการเปิดตัวที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 15 กันยายนนี้..!!


       
Suzuki Baleno จะถูกเผยโฉมในงาน Frankfurt Motor Show ที่จะเปิดฉากวันที่ 15 กันยายนนี้ โดยสื่อต่างประเทศได้จับภาพ Spyshot ที่ไม่มีการปกปิดใดๆ ซึ่งคาดว่าจะมีทั้งสีขาว, สีเงิน, สีดำ, สีแดง, สีฟ้า และสีส้มทองแดง ซึ่ง Baleno จะถูกผลิตขึ้นที่แรกในโรงงาน Gurgaon Maruti Suzuki และจะส่งออกทั่วโลกรวมทั้งประเทศญี่ปุ่นด้วย

       2016 
Suzuki Baleno จะมาพร้อมกับเครื่องยนต์ Boosterjet ขนาด 1.0 ลิตร และเครื่องยนต์ดีเซลที่ให้กำลัง 90 แรงม้า แรงบิด 200 นิวตันเมตร ในอนาคตจะมีการเพิ่มเครื่องยนต์ที่เป็นเทคโนโลยีดีเซลไฮบริด SHVS เหมือนใน Ciaz ที่เปิดตัวในอินเดียเมื่อสัปดาห์ก่อน คาดว่าจะได้เห็นในไม่ช้า



       Suzuki Baleno จะมีจุดเด่นที่พื้นที่ภายในกว้างขวางสะดวกสบายมากที่สุดกว่ารถระดับเดียวกัน ใช้เทคโนโลยีที่ทำให้น้ำหนักตัวรถเบา ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากแนวคิด IK-2 ที่เปิดตัวครั้งแรกที่เจนีวา มอเตอร์โชว์เมื่อต้นปีที่ผ่านมา โดยมีความยาวที่ 4,023 มิลลิเมตร ความสูง 1,450 มิลลิเมตร และฐานล้อ 2,520 มิลลิเมตร

       
2016 Suzuki Baleno อาจจะกำหนดราคาเริ่มต้นที่ 2.95 แสนบาท ซึ่งจะไปจำหน่ายในยุโรปปลายปีหน้า ในอินเดียคาดว่าในเดือนตุลาคมนี้ ส่วนบ้านเราต้องรอดูทางซูซูกิอีกทีครับ!!

ติดตามข่าวสารยานยนต์ได้บนแฟนเพจ MZ Crazy Cars คลิกที่นี่
**************************************
ที่มา gaadiwaadi