วันพุธที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2559

Spyshot Mazda 3 Minorchange จากเมืองจีน ปรับปรุงหลายๆจุดใหม่ให้ลงตัวมากขึ้น!

       ความคืบหน้าล่าสุดของ Mazda 3 นั้นพึ่งจะมีการเพิ่มเครื่องยนต์ดีเซล Skyactiv-D ขนาด 1.5 ลิตร เครื่องยนต์เดียวกันที่สิงอยู่ใน Mazda 2 และ CX-3 เข้ามาเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกในต่างประเทศ ล่าสุดมีภาพ Spyshot ของ Mazda 3 Minorchange ออกมาแล้ว!


ภาพชุดนี้ถูกเผยแพร่จากเว็บไซต์หนึ่งในประเทศจีน โดยการแอบถ่ายการเปลี่ยนแปลงของ Mazda 3 ครั้งนี้ แน่นอนว่าเราอาจจะได้เห็นโฉม Minorchange ที่กำลังจะเผยตัวตนออกมาในอนาคตอันใกล้นี้ แต่การปรับเปลี่ยนครั้งนี้ถ้าไม่สังเกตให้ละเอียดก็คงจะบอกว่า "ไม่มีอะไรต่างจากเดิม" แต่ถ้าเพ่งสายตาดูดีๆ จะพบว่ามีหลายส่วนที่มีการปรับปรุงใหม่ให้ลงตัวมากขึ้น

เริ่มจากภายนอก สิ่งแรกที่สังเกตเห็นการปรับเปลี่ยนนั้นคือกรอบไฟเลี้ยวและไฟตัดหมอก จะถูกออกแบบใหม่ ซึ่งดวงไฟตัดหมอกจะมีขนาดเล็กลงจากเดิมอย่างเห็นได้ชัด ส่วนไฟหน้าก็มีรายละเอียดภายในโคมที่ต่างจากเดิม กระจังหน้าและช่องดักลมด้านล่างนั้นคิดว่าไม่น่าจะเปลี่ยนไปมากนัก



เข้ามาดูที่ภายใน พวงมาลัยดีไซน์ใหม่ ปุ่มควบคุมต่างๆ ก็ถูกจัดระเบียบใหม่ด้วย เช่นเดียวกับช่วงพื้นที่ของฐานเกียร์จากเดิมจะมีคันเบรคมือโผล่ขึ้นมา คราวนี้ถูกปรับให้เป็นเบรคมือไฟฟ้าไปเรียบร้อยแล้ว ดังนั้นจึงต้องมีการจัดระเบียบใหม่ เช่นปุ่มควบคุม MZD Connect นั้นถูกย้ายขยับออกไปเพื่อที่จะใส่ปุ่มเบรคมือมาให้ใกล้คนขับ ทั้งยังมีพื้นที่ไว้สำหรับเก็บของได้มากขึ้นพร้อมฝาปิด และดีไซน์ให้ทอดยาวต่อเนื่องไปถึงที่พักแขนแบบใหม่ ซึ่งจะใกล้เคียงกับรุ่นพี่ Mazda 6


       ในส่วนของขุมพลังคาดว่าจะยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงจากเดิมที่มีอยู่ ซึ่งในบ้านเราอาจจะต้องรอชมได้ในช่วงปลายปีนี้ถึงต้นปีหน้า ก็คงต้องมาดูกันครับว่าการมาครั้งนี้นอกจากรายละเอียดที่ถูกปรับใหม่อย่างที่กล่าวไปข้างบนแล้ว Option ที่ให้มาจะเป็นอย่างไร คงต้องติดตามกันให้ดีครับ!

ติดตามข่าวสารยานยนต์ได้บนแฟนเพจ MZ Crazy Cars
************************************
ที่มา autohome

Toyota เผยวีดีโอทีเซอร์แรกของ Yaris TRD Sportivo ใหม่ เจอกันที่งาน Motor Show!

       Toyota ปรับลุคใหม่ให้กับ Yaris รถอีโคคาร์ยอดนิยมต้อนรับปี 2016 ด้วยรุ่น TRD Sportivo เวอร์ชันใหม่ล่าสุด!


หลังจากที่ได้ทำตลาดในรุ่น TRD Sportivo ไปในเวอร์ชันแรกแล้วนั้น ล่าสุด Toyota Yaris 2016 ก็มีการตกแต่งพิเศษเป็นรุ่นที่ 2 โดยคราวนี้จะมีชุดแต่งมาในแนวสปอร์ตครอสโอเวอร์ ดูเท่ๆ ลุยๆ มากขึ้น


ซึ่งรายละเอียดภายนอกจะมีการเสริมชุดแต่งมาให้รอบคัน

- กระจังหน้าสีดำ
- สเกิร์ตหน้าดีไซน์ใหม่ พร้อมไฟ DRL แบบ LED ในตัว
- สเกิร์ตด้านข้างและท้ายสีดำสลับสีเงิน
- มีคิ้วซุ้มล้อสีดำติดตั้งมาให้
- ล้ออัลลอยขัดเงาลายใหม่
- ฝาท้ายมีโลโก้ TRD Sportivo
- แร็คหลังคา

ส่วนภายในนั้นจะมีการตกแต่งด้วยเช่นกัน

- บริเวณชุดเครื่องเสียงและมือจับข้างประตู ตกแต่งสีดำเปียโน แบล็ค
- คอนโซลหน้าและคิ้วแผงประตูสีส้ม
- เบาะนั่งหุ้มหนังสีดำสลับสีส้ม พร้อมเดินด้ายสีส้ม


       พรีเซ็นเตอร์ยังคงเป็น Katy Perry เช่นเดิม ซึ่งรายละเอียดต่างๆ พร้อมราคาจะถูกเปิดเผยภายในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 37 ระหว่างวันที่ 23 มีนาคม – 3 เมษายนนี้ ที่อิมแพ็ค เมืองทองธานี!

ติดตามข่าวสารยานยนต์ได้บนแฟนเพจ MZ Crazy Cars
************************************

Nissan Almera ได้รับการเสริมสมรรถนะจาก Nismo รุ่นแรกอย่างเป็นทางการ!

       หลังจากที่ทางนิสสันออกมาประกาศว่าจะเปิดตัวแบรนด์ Nismo ในเมืองไทยภายในปีนี้อย่างแน่นอน นั่นก็ทำให้สาวกนิสสันต่างคาดกันไปว่ารถรุ่นแรกที่มีการอัพเกรดเรื่องรูปลักษณ์ และสมรรถนะจาก Nismo จะเป็นรุ่นใดกันแน่!


ภายในงาน Motor Show ปลายเดือนมีนาคมนี้ ทางนิสสันเลยตั้งใจที่จะเปิดตัวแบรนด์ Nismo อย่างเป็นทางการ พร้อมประเดิมรถยนต์รุ่นแรกสายพันธุ์สปอร์ตนั่นคือ Nissan Almera Nismo รถอีโคคาร์ที่จะมีการปรับหน้าตาและสมรรถนะของรถให้มีความจี้ดจ้าดมากขึ้น


Nissan Almera Nismo จะมีชุดแต่ง Aero Package รอบคัน ดังนี้
- ชุดสเกิร์ตด้านหน้า/ข้าง/ท้าย สีเทาตัดสีแดง
- ติดตั้งไฟส่องสว่างยามกลางวัน DRL บริเวณชุดสเกิร์ตหน้าแบบ LED
- กระจกมองข้างสีดำคาดแดง
- สปอยเลอร์หลังสีเทา

ต่อมาเป็นการปรับประสิทธิภาพการขับขี่ด้วย Nismo Performance Package

- ปรับค่าสปริง และช็อคอัพซอร์เบอร์ ใหม่
- ลดความสูงด้านหน้ารถ 40 มม. ด้านหลัง 20 มม.
- ขนาดล้ออัลลอย 16 นิ้ว สีเทา ยางขนาดใหม่ 205/50 R16 (เดิมขนาด 185/65 R15)
- การปรับเปลี่ยนท่อไอเสียใหม่ ทั้งด้านการออกแบบภายในให้การไหลเวียนของไอเสียแบบ S-Flow ทำให้ได้เสียงที่สปอร์ต ดุดัน ชัดเจนทุกครั้งที่กดคันเร่ง


       Nissan Almera Nismo จะมีการเปิดราคาภายในงาน Motor Show และ Nissan ยังได้นำ GT-R NISMO มาโชว์เพื่อฉลองการเปิดตัวแบรนด์นิสโมอย่างเป็นทางการ ทั้งหมดนี้พบได้ที่งาน Motor Show 2016 จัดระหว่างวันที่ 23 มีนาคม ถึง 3 เมษายน ที่อิมแพ็ค Challenger Hall เมืองทองธานี!

ติดตามข่าวสารยานยนต์ได้บนแฟนเพจ MZ Crazy Cars
************************************

วันอังคารที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2559

Ford Ecosport รุ่นปี 2016 เพิ่มรุ่น Black Edition เข้มดุดันกว่าเดิม!

       Ford เตรียมเปิดตัว Ecosport รุ่นปี 2016 และรุ่น Black Edition ภายในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 37 พร้อมปรับเครื่องยนต์เพื่อรองรับน้ำมัน E85 ได้อีกด้วย!

Ford Ecosport รุ่น Black Edition ได้รับการแปลงโฉมภายนอกให้เข้มกว่าเดิม ใช้สีดำสนิท (Piano Black) ตบแต่งรอบคัน ในบริเวณกระจังหน้า ไฟตัดหมอก กระจกข้าง โครงหลังคา และล้ออัลลอยสีดำขนาด 16 นิ้ว ที่ช่วยขับให้ตัวรถดูโดดเด่น และมีเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนใคร



นอกจากนี้ ฟอร์ดได้เน้นย้ำความมุ่งมั่นในการผลิตรถยนต์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยได้ทำการปรับเครื่องยนต์ของ ฟอร์ด เอคโค่สปอร์ต รุ่นปี 2016 ให้สามารถรองรับน้ำมันแก๊สโซฮอล์ E85 เพื่อเพิ่มทางเลือกให้ผู้บริโภคที่ต้องการใช้พลังงานทดแทนที่มีราคาประหยัดและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

ขุมพลังจะเป็นเครื่องยนต์เบนซินแบบ 4 สูบ ขนาด 1.5 ลิตร ระบบวาล์วแปรผันแคมชาฟท์แบบอิสระคู่ (Ti-VCT) ที่ให้กำลัง 110 แรงม้า ที่ 6,300 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงสุด 142 นิวตันเมตร ที่ 4,400 รอบต่อนาที โดยระบบวาล์วแปรผันแคมชาฟท์แบบอิสระคู่ (Ti-VCT) สามารถใช้งานได้ดีกับระบบเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด

เทคโนโลยีปลอดภัยใน Ford Ecosport ใหม่ มีดังนี้

· ระบบช่วยออกตัวขณะจอดบนทางลาดชัน (Hill Launch Assist) ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถออกตัวขณะจอดบนทางลาดชันได้

· ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว (Electric Stability Program หรือ ESP) ที่ทำงานสอดประสานกับระบบควบคุมการเกาะถนน ช่วยรักษาความปลอดภัยแม้ขับขี่บนถนนลื่น

· ระบบพวงมาลัยพาวเวอร์ไฟฟ้า (Electric Power-Assisted Steering หรือ EPAS) มาพร้อม ระบบชดเชยน้ำหนักบนพวงมาลัย (Pull-Drift Compensation) ช่วยมอบประสบการณ์การควบคุมรถที่ง่ายดายและชาญฉลาดยิ่งขึ้น ระบบจะปรับให้พวงมาลัยมีน้ำหนักเบาในขณะขับขี่ที่ความเร็วต่ำ เช่น กรณีเข้าช่องจอด ก่อนจะปรับมาเน้นความแม่นยำเมื่อขับขี่ที่ความเร็วสูง

· ระบบป้องกันล้อล็อก (Anti-Brake System หรือ ABS) ช่วยป้องกันการล็อคล้อรถยนต์จากการเบรกกะทันหัน และยังช่วยหยุดรถได้เร็วกว่าเมื่อขับขี่บนพื้นผิวถนนลื่น

· ระบบสั่งงานด้วยเสียงฟอร์ด ซิงค์ (SYNC) พร้อมการเชื่อมต่อบลูทูธ ช่วยให้การสั่งการระบบความบันเทิง และระบบปรับอากาศ ภายในรถยนต์สะดวกสบายและปลอดภัยยิ่งขึ้น โดยไม่ต้องละมือจากพวงมาลัย นอกจากนี้ ยังมาพร้อมลำโพง 6 ตัว พร้อมวิทยุเครื่องเล่น CD/MP3

มีให้เลือกทั้งหมด 6 สี ได้แก่
- สีส้ม มาร์ส เรด (Mars Red)
- สีเทา ลูน่า สกาย (Lunar Sky)
- สีเงิน อิงกอท ซิลเวอร์ (Ingot Silver)
- สีขาว โฟรเซ่น ไวท์ (Frozen White)
- สีดำ แชโดว์ แบล็ก (Shadow Black)
- สีแดง แคนดี้ เรด (Candy Red) สีใหม่


Ford Ecosport รุ่นปี 2016 มีราคาดังนี้ (ตัดรุ่นเกียร์ธรรมดาออก)
1.5L Ambient AT ราคา 714,000 บาท

1.5L Trend AT ราคา 764,000 บาท
1.5L Trend Black Edition ราคา 774,000 บาท
1.5L Titanium AT ราคา 845,000 บาท

       Ford Ecosport รุ่น Black Edition ใหม่ เตรียมเปิดตัวและเปิดจองภายในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 37 ณ อาคารชาเลนเจอร์ อิมแพค เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 23 มีนาคม ถึง 3 เมษายน 2559


ติดตามข่าวสารยานยนต์ได้บนแฟนเพจ MZ Crazy Cars
************************************

ภาพ Toyota C-HR ล่าสุดจากโรงงานในตุรกี เห็นสัดส่วนมากขึ้น!

        หลังจากที่ Toyota C-HR เผยโฉม Production ไปแล้วในงาน Geneva Motor Show 2016 ที่ผ่านมา ล่าสุดมีภาพถ่ายเจ้า C-HR ออกมาจากในโรงงานผลิต ได้เห็นอีกหลายมุม หลายสีมากขึ้น!



ภาพชุดนี้คาดว่าถูกถ่ายได้ที่โรงงานในตุรกี ซึ่งเป็นโรงงานที่ใช้ผลิตโตโยต้า C-HR โดยมีทั้งสีแดงและสีขาว มีการอำพรางโลโก้ต่างๆ ไว้ทั้งหมด

รูปแบบการดีไซต์นั้นโดดเด่นมากอย่างที่เคยเห็นกัน แต่จะสังเกตได้ว่าเรือนร่างของ C-HR จะเป็นสีทูโทน คือสีตัวถังและสีหลังคาจะต่างกัน ซึ่งตรงจุดนี้จะแตกต่างกันไปแล้วแต่สีตัวถังภายนอก ล้ออัลลอยขนาดจะเล็กกว่าตัวที่โชว์ในงาน เป็นแบบ 5 ก้านสีเงินขาวล้วน คาดว่าจะใส่มาให้ในรุ่นล่างๆ





Toyota C-HR จะมีขุมพลังทั้งหมด 3 เลือก คือเครื่องยนต์ขนาด 1.8 ลิตร ทำงานผสานกับมอเตอร์ไฟฟ้า ให้กำลังสูงสุด 122 แรงม้า อีกตัวเลือกหนึ่งที่มุ่งเน้นในตลาดยุโรป คือเครื่องยนต์ขนาด 1.2 ลิตร Turbo แบบ 3 สูบ ให้พละกำลังที่ 115 แรงม้า พร้อมเกียร์ธรรมดา 6 สปีด และเกียร์อัตโนมัติแบบ CVT

สุดท้ายจะเป็นเครื่องยนต์เบนซินขนาด 2.0 ให้กำลังสูงสุด 153 แรงม้า เป็นเครื่องเดียวกับที่ใช้ในโคโรลล่า โดยขุมพลังตัวนี้อาจจะทำตลาดในบราซิลพร้อมกับพ่วงระบบไฮบริดเข้าไปด้วย

       Toyota C-HR เป็นรถที่จะเจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ ซึ่งคู่แข่งจะเป็น Nissan Juke, Honda HR-V, Mazda CX-3, Ford Ecosport ส่วนความเคลื่อนไหวในบ้านเราอาจจะถูกผลิตในประเทศและจำหน่ายในช่วงปลายปี 2017 ถึงต้นปี 2018!

ติดตามข่าวสารยานยนต์ได้บนแฟนเพจ MZ Crazy Cars
************************************
ที่มา noticiasautomotivas

ปรับหน้าใหม่ Toyota Highlander (facelift) เตรียมเผยโฉมในงาน NewYork Auto Show!

      จะมีใครจำได้ไหมว่าครั้งหนึ่งก่อนที่รถ PPV อย่าง Toyota Fortuner โฉมใหม่จะเปิดตัว ก็มีกระแสข่าว จากความเข้าใจผิดคิดว่าเจ้า Toyota Highlander นี่แหละคือ All New Fortuner ใหม่ ทำเอาหลายคนหลงเชื่อไปเยอะเหมือนกัน ซึ่ง Toyota Highlander ที่ถูกกล่าวหาในครั้งนั้น ตอนนี้ได้เวลาเปลี่ยนลุคใหม่แล้ว!


Toyota Highlander Minorchange หรือ facelift ใหม่นี้ได้มีการปรับการดีไซต์ให้ดูทันสมัยมากขึ้น โดยจะโดดเด่นด้วยไฟหน้าสวยสะดุดตา ที่มาในสไตล์เดียวกับ Hilux Revo และ Innova ใหม่ กระจังหน้าแบบสองชั้นขนาดใหญ่เป็นไปตามงานออกแบบของโตโยต้ายุคนี้

ล้ออัลลอยลายใหม่ 19 นิ้ว เส้นสายด้านข้างยังไม่มีการเปลี่ยนแปลง ไฟท้ายมีการเพิ่มรายละเอียดในโคมให้สวยเด่นมากกว่าเดิม ส่วนภายในห้องโดยสารยังไม่มีภาพออกมาในตอนนี้ แต่คาดว่าไม่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมมากนัก แต่จะเพิ่มความหรูหราเข้ามาให้มากขึ้น

ขุมพลังนั้นยังคงใช้แบบเดิม เป็นเครื่องเบนซิน V6 ขนาด 3.5 ลิตร ที่มาพร้อมกับระบบส่งกำลังเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด ใหม่ (จากเดิม 6 สปีด) และมีเครื่องเบนซิน 4 สูบ ขนาด 2.7 ลิตร พร้อมเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด และจะมีเครื่อง Hybrid ออกมาให้เลือกอีกด้วย


ส่วนระบบความปลอดภัย Toyota Highlander ก็มีเพิ่มมาให้ เช่น  ระบบควบคุมไฟสูงอัตโนมัติ Auto high-beams, ระบบเบรกอัตโนมัติ automatic braking, ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน Adaptive Cruise Control, ระบบเตือนให้รถอยู่ในเลน Lane Departure Warning ซึ่งเป็นระบบที่มีในทุกรุ่นย่อย

      Toyota Highlander 2016 จะออกเผยโฉมสู่สายตาสาธารณชนที่งาน New York Auto Show จัดขึ้นระหว่างวันที่ 25 มีนาคม ถึง 3 เมษายนนี้ และจะออกจำหน่ายที่อเมริกาในช่วงปลายปีนี้ ที่สำคัญ Toyota Highlander ไม่มีแผนการทำตลาดในไทย!

ติดตามข่าวสารยานยนต์ได้บนแฟนเพจ MZ Crazy Cars
************************************
ที่มา  worldcarfans

วันศุกร์ที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2559

Honda เปิดตัว All New Civic ใหม่ พร้อมขุมพลัง 1.5 เทอร์โบ!

       ในที่สุด บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด ก็ได้ทำการเปิดตัว All New Honda Civic ใหม่ เจนเนอเรชั่นที่ 10 เรียบร้อย โดยจะมีจุดเด่นอยู่ที่เครื่องยนต์ VTEC TURBO ใหม่ ขนาด 1.5 ลิตร  พร้อมราคา 8.69 แสน ถึง 1.199 ล้านบาท! 


ฮอนด้า ซีวิค ใหม่ ได้รับการจัดวางโครงสร้าง โดยเน้นการออกแบบตัวรถที่ดูสปอร์ต และล้ำสมัยด้วยตัวถังที่กว้าง และมีความสูงของตัวรถที่ลดลง เพื่อสร้างอารมณ์การขับขี่ที่สปอร์ต และมั่นใจ รวมถึงพื้นที่ภายในห้องโดยสารที่กว้างขวางมากยิ่งขึ้น มาพร้อมรูปลักษณ์ที่โฉบเฉี่ยว และหรูหรา ด้วยเส้นสายด้านข้างตัวรถที่คมชัด สปอร์ตและดุดันยิ่งขึ้นด้วยกระจังหน้าโครเมียมรูปร่างคล้ายปีกที่วางตัวเป็นแนวยาวเต็มกรอบกระจังหน้า เชื่อมต่อกับไฟหน้าสไตล์สปอร์ต พร้อมไฟส่องสว่างสำหรับการขับขี่ในเวลากลางวันแบบ LED ทั้งยังโดดเด่นยิ่งขึ้นด้วยไฟท้ายรูปทรงตัว C แบบ LED 





การออกแบบภายใน เน้นการเลือกใช้วัสดุคุณภาพสูง และเส้นสายการออกแบบที่ให้ความรู้สึกสปอร์ตและพรีเมียม รวมถึงพื้นที่ภายในห้องโดยสารที่กว้างขวางสะดวกสบายใกล้เคียงกับรถยนต์ในระดับ D-Segment 


ทั้งนี้ยังมาพร้อมเทคโนโลยีล้ำสมัยที่ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายในทุกการขับขี่ ด้วยการควบคุมอย่างง่ายดายเพียงปลายนิ้วสัมผัส อาทิ ระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 7 นิ้ว แบบ Advanced Touch ควบคุมฟังก์ชั่นความบันเทิง พร้อมระบบเชื่อมต่อโทรศัพท์แบบไร้สาย (Bluetooth) และช่องเชื่อมต่อ USB ที่รองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlay (เฉพาะสมาร์ทโฟนบางรุ่น) มาตรวัดพร้อมหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่ ซึ่งสามารถแสดงผลฟังก์ชั่นการใช้งานที่หลากหลาย โดยสามารถสลับเปลี่ยนข้อมูล และค้นหาตัวอักษรได้ง่ายด้วยปุ่มควบคุมบนพวงมาลัย และระบบสตาร์ทเครื่องยนต์ พร้อมเครื่องปรับอากาศด้วยกุญแจรีโมท (Engine Remote Start) พร้อมปรับอุณหภูมิภายในห้องโดยสารให้เย็นสบายล่วงหน้าก่อนออกเดินทาง โดยขณะนั้น ประตูรถยังคง ล็อกอยู่เช่นเดิม และรถจะไม่สามารถออกตัวได้ จนกว่าผู้ขับจะเข้าไปสตาร์ทรถตามปกติ



All New Honda Civic ใหม่ จะมีเครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตร DOHC VTEC TURBO ภายใต้เทคโนโลยี เอิร์ธดรีม ให้กำลังสูงสุด 173 แรงม้า ที่ 5,500 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 220 นิวตัน-เมตร ที่ 1,700 - 5,500 รอบต่อนาที พร้อมด้วยระบบเกียร์อัตโนมัติ CVT ใหม่ 

และขุมพลังเครื่องยนต์ขนาด 1.8 ลิตร SOHC i-VTEC ภายใต้เทคโนโลยีเอิร์ธดรีม ให้กำลังสูงสุด 141 แรงม้า ที่ 6,500 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 174 นิวตัน-เมตร ที่ 4,300 รอบต่อนาที พร้อมด้วยระบบเกียร์อัตโนมัติ CVT รองรับพลังงานทางเลือก E85

ก้าวล้ำไปอีกขั้นด้วยมาตรฐานความปลอดภัยที่เหนือกว่ารถยนต์รุ่นอื่นในระดับเดียวกัน เพื่อช่วยเติมเต็มทุกการเดินทางให้สมบูรณ์แบบที่สุด 
- ระบบเบรกป้องกันล้อล็อค ABS
- ระบบกระจายแรงเบรก EBD
- ระบบเสริมแรงเบรก BA
- ถุงลมนิรภัยคู่หน้า, ด้านข้าง, ม่านถุงลมนิรภัย
- ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว VSA
- ไฟฉุกเฉินเมื่อเบรกกะทันหัน ESS
- ระบบปัดน้ำฝนแบบอัตโนมัติ Rain Sensor
- ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ Cruise Control
- ระบบล็อครถอัตโนมัติเมื่อกุญแจห่างจากตัวรถ Walk Away Auto Lock
- ระบบแสดงภาพมุมอับสายตาขณะเปลี่ยนเลน Honda Lane Watch
- กล้องมองภาพขณะถอยจอด

นายสมภพ ปฏิภานธาดา ผู้จัดการทั่วไปส่วนการตลาด บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ตลอดทุกเจนเนอเรชั่นที่ผ่านมา จิตวิญญาณแห่งความท้าทาย ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของฮอนด้า ได้ถูกถ่ายทอดสู่การพัฒนา ฮอนด้า ซีวิค จากรุ่นสู่รุ่น ทำให้ ซีวิค ได้รับการพัฒนาให้ดีขึ้นด้วยการนำเสนอคุณค่าใหม่ และสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับวงการรถยนต์ในแต่ละยุคสมัย จนก้าวสู่ความเป็นผู้นำในการแข่งขันอยู่เสมอ ซึ่งอาจกล่าวได้ว่า มีเพียง “ซีวิค” เท่านั้น ที่จะสามารถก้าวล้ำเหนือ “ซีวิค” เองได้ และจากความเป็นยนตรกรรมระดับโลกของ ซีวิค ที่ผ่านมา ผสานกับการพัฒนาให้ก้าวล้ำไปอีกขั้นในทุกมิติ การสื่อสารทางการตลาดในครั้งนี้ จึงไม่มีการใช้คำนิยาม หรือคำจำกัดความเพื่ออธิบายความเป็นซีวิค เพราะสิ่งที่สามารถบอกเล่าตัวตนได้ดีที่สุด คือ ชื่อ ที่ทุกคนยอมรับ และความโดดเด่นที่สะกดทุกสายตาของฮอนด้า ซีวิค ใหม่ โดยฮอนด้าได้ตั้งเป้าการจำหน่าย 25,000 คัน ภายใน 1 ปี”



ราคา 
All New Honda Civic ใหม่ มีดังนี้
รุ่น 1.8 E CVT 869,000 บาท

รุ่น 1.8 EL CVT 959,000 บาท
รุ่น 1.5 Turbo CVT 1,099,000 บาท
รุ่น 1.5 Turbo RS CVT 1,199,000 บาท 

มีให้เลือกทั้งหมด 5 สี ได้แก่ 

- สีขาวออร์คิด (มุก) 
-  สีดำคริสตัล (มุก) 
- สีเทาโมเดิร์นสตีล (เมทัลลิก) 
- สีเงินลูนาร์ (เมทัลลิก) สีใหม่
- สีน้ำเงินคอสมิก (เมทัลลิก) สีใหม่

       สามารถพบตัวจริงได้ในงาน Motor Show จัดขึ้นระหว่างวันที่ 23 มีนาคม ถึงวันที่ 3 เมษายน 2559 ที่เมืองทองธานี!

ติดตามข่าวสารยานยนต์ได้บนแฟนเพจ MZ Crazy Cars
************************************

ไทยรุ่งเปิดตัว TR TRANSFORMER II ใหม่ รับแรงบันดาลใจจากซุปเปอร์ฮีโร่พันธุ์แกร่ง!

       TR TRANSFORMER ถือกำเนิดเกิดขึ้นครั้งแรกบนพื้นฐานของ Toyota Hilux Vigo ทั้งเครื่องยนต์และพื้นฐานช่วงล่างทั้งหมด แต่ในปัจจุบันทางโตโยต้าได้เปิดตัวกระบะรุ่นใหม่ในนาม Hilux Revo แชสซีใหม่ เครื่องใหม่ TR TRANSFORMER จึงต้องมีการปรับเปลี่ยนผลิตภัณฑ์ของตนเองเช่นกัน


ไทยรุ่งยูเนี่ยนคาร์ ได้ออกแบบพัฒนารถตรวจการณ์ New TR Transformer II โฉมใหม่ ร่วมกับนักออกแบบชั้นแนวหน้า (Designer) จากอังกฤษนาย สตีฟ ฮาร์เปอร์ (Steve Harper) จาก Shado Car Design โดยได้แรงบันดาลใจจากสุดยอดซุปเปอร์ฮีโร่ IRON MAN สู่โฉมใหม่ที่เร้าใจยิ่งขึ้น ด้วยรูปลักษณ์ที่โดดเด่น แข็งแรง มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว  




การมาของ
 TR Transformer II เวอร์ชันที่ 2 ครั้งนี้จึงมีการเปลี่ยนแปลงไปพอสมควร เริ่มจากด้านหน้าได้รับการดีไซน์ใหม่ เพิ่มความดุดันด้วยไฟหน้าแบบไบซีนอน (Bi-Xenon) ขนาด 3.5 นิ้ว และไฟส่องสว่างยามกลางวัน Daytime Running พร้อมฝังไฟเลี้ยวในตัว ติดตั้งไฟตัดหมอกมาให้ทั้งหน้าและหลัง ล้ออัลลอยลายใหม่ขนาด 17 นิ้ว พร้อมกล้องมองหลังที่แสดงผลผ่านจอเมื่อเข้าเกียร์ถอย โครงสร้างห้องโดยสารทั้งหมดยังคงยกมาจากเวอร์ชันแรก 

ภายในห้องโดยสารใหม่จะให้ความรู้สึกกว้างขวาง โปร่ง โล่งสบาย จากหลังคาทรงสูง Hi Roof ชุดคอนโซนหน้าเอามาจาก Hilux Revo ทั้งหมด และเบาะนั่งสามารถปรับรูปแบบโดยสารได้ตั้งแต่ 5 – 11 ที่นั่ง และมีพื้นที่บรรทุกสัมภาระมากที่สุดเหนือกว่า รถ PPV ทั่วไป ผู้โดยสารตอนสาม สามารถขึ้นลงรถได้ ทั้งจากประตูท้ายด้านหลัง หรือด้านข้าง นอกจากนี้ตัวถังที่ยกสูงยังสามารถลุยน้ำได้ไม่น้อยกว่า 50 ซม. 




TR Transformer II ใช้ขุมพลังจาก Hilux Revo มีทั้งเครื่องยนต์ดีเซลขนาด 2.8 ลิตร 177 แรงม้า แรงบิด 450 นิวตันเมตร และเครื่องยนต์ดีเซลขนาด 2.4 ลิตร 150 แรงม้า แรงบิด 400 นิวตันเมตร มีทั้งระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ และระบบขับเคลื่อน 2 ล้อยกสูง โดยจะสามารถเข้ารับบริการด้านเครื่องยนต์และช่วงล่าง ได้ที่ศูนย์บริการ Toyota ทั่วประเทศ

ในการพัฒนา
TR Transformer II บริษัทฯ ยังได้ร่วมกับทางศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (MTEC) และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้า พระนครเหนือ ในการพัฒนาและทดสอบเพื่อให้ได้มาตรฐานสากลโดยการทดสอบความแข็งแรงของโครงสร้าง (Analysis of Structure Strength) การจำลองการทดสอบการชน (Crash Test Simulation) ความสะดวกสบายในการขับขี่ (Riding Comfort) และการลดเสียงรบกวนในห้องโดยสาร เป็นต้น ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างหน่วยงานของรัฐ สถาบันการศึกษา และเอกชน เพื่อพัฒนายกระดับ ความสามารถในการสร้างนวัตกรรมยานยนต์ของไทย

นอกจากนี้ บริษัทฯ มีแผนที่จะร่วมพัฒนารถยนต์รุ่นนี้กับหน่วยงานราชการ ต่าง ๆ ที่ต้องการใช้รถลักษณะพิเศษ เช่น ทหาร ตำรวจ ป่าไม้ หน่วยงานบรรเทาสาธารณภัยฯ เพื่อช่วยให้ประเทศสามารถมีรถใช้งานตรงตามความต้องการ และช่วยประหยัดงบประมาณประเทศ ลดการนำเข้ารถยนต์จากต่างประเทศ อีกทั้งเป็นการพัฒนาขีดความสามารถของผู้ผลิตชิ้นส่วนและยานยนต์ของไทย ในการวิจัยและพัฒนายานยนต์เพื่อให้สามารถพึ่งตนเอง และยังสามารถส่งออกไปขายในต่างประเทศได้ด้วย เป็นการสร้างความมั่นคงให้ประเทศในยามเกิดภาวะสงครามได้อีกด้วย


ราคาจำหน่าย TR Transformer II มีดังนี้ 

TR TRANSFORMER II
รุ่น 2.4 2WD AT ราคา 1,465,000 บาท
รุ่น 2.8 4WD MT ราคา 1,555,000 บาท

TR TRANSFORMER MAX (9 และ 11 ที่นั่ง)
รุ่น 2.4 2WD AT ราคา 1,545,000 บาท
รุ่น 2.8 4WD MT ราคา 1,635,000 บาท


       ทั้งนี้บริษัทเชื่อว่า TR Transformer II โฉมใหม่ จะทำให้คนไทยมีความภูมิใจ ที่ได้ใช้รถยนต์ของคนไทยที่มีรูปแบบโดดเด่น มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวไม่เหมือนใคร พร้อมอรรถประโยชน์มากมาย หากท่านใดสนใจก็สามารถชมและสัมผัสได้ที่งาน Bangkok International Motor Show ครั้งที่ 37 ณ. บูธไทยรุ่ง D6 ชาเลนเจอร์ 1 เมืองทองธานี ตั้งแต่วันที่ 21 มีนาคม - 3 เมษายน 2559

ติดตามข่าวสารยานยนต์ได้บนแฟนเพจ MZ Crazy Cars
************************************

วันพุธที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2559

Toyota Fortuner TRD Sportivo มาดสปอร์ต หลังคาดำ ปั๊มราคา 1.679-1.769 ล้านบาท!

        จากการเผยโฉมของ All New Toyota Fortuner ไปเมื่อหลายเดือนก่อน ก็ถือว่าสร้างกระแสรถกลุ่ม PPV ได้พอสมควร แต่การจัด Option เมื่อเทียบกับคู่แข่ง บางอย่างก็ดูเหมือนจะขาดหายไป ทางโตโยต้าเลยเอามามัดรวมไว้ในรุ่น TRD Sportivo รวบเดียวซะเลย!


Toyota Fortuner TRD Sportivo ถูกรังสรรค์ออกมาภายใต้แนวคิด “Premium Sport” โดยจะมีการตกแต่งในหลายๆ จุด ทั้งยังมีการปรับเซ็ตชุดช่วงล่างใหม่เพื่อให้ตัวรถออกมาสปอร์ตอย่างเต็มที่




ภายนอกนั้นได้รับการดีไซต์กันชนหน้าใหม่ให้ดุขึ้นพร้อมแผงตระแกรงรังผึ้ง กระจังหน้ารมดำ Dark Chrome ล้ออัลลอย TRD รมดำลายใหม่ขนาด 20 นิ้ว กันชนหลังใหม่แบบมีชุดสเกิร์ต ปลายท่อไอเสียสลักชื่อ "TRD" ฝาท้ายมีสัญลักษณ์ TRD Sportivo แปะไว้ให้ และหลังคา Wrap สีดำมีเฉพาะตัวถังสีขาว

ภายในนั้นมีการตกแต่งเน้นโทนสีดำ/แดง, พวงมาลัยหุ้มหนังลาย Carbon Kevlar, มาตรวัดเรืองแสงสีแดงพร้อมสัญลักษณ์ TRD Sportivo, แผงข้างประตู แผงคอนโซลหน้าหุ้มด้วยหนังสีดำและสีแดง, ฐานเกียร์ตกแต่งลาย Carbon Kevlar ปุ่มสตาร์เครื่องยนต์สีแดง "TRD", พรมรองพื้นใหม่, ไฟส่องฝากระโปรงท้ายไฟฟ้า ตัวอักษณ "TRD", สคัฟเพลทกันรอยไฟ LED เรืองแสง สัญลักษณ์ TRD

ในส่วนของระบบความบันเทิงก็มีการจัดให้ใหม่ เครื่องเสียงแบบใหม่พร้อมจอสัมผัสขนาด 7 นิ้ว มีระบบนำทาง และรองรับ T-Connect อารมณ์สุนทรีย์ไปกับลำโพง 11 ตัว 9 ตำแหน่ง จาก JBL รอบคัน



ขุมพลังจะมีให้เลือกเพียงตัวเดียว คือเครื่องยนต์ดีเซล 1GD-FTV ขนาด 2.8 ลิตร 4 สูบ แถวเรียง 16 วาล์ว DOHC กำลังสูงสุด 177 แรงม้า ที่ 3,400 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 450 นิวตัน-เมตร ที่ 1,600-2,400 รอบต่อนาที ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติแบบ 6 สปีด พร้อม Sequantial Shift มีทั้งระบบขับเคลื่อน 2 ล้อ และ 4 ล้อ Sigma4

นอกจากนี้ชุดช่วงล่างยังได้มีการปรับเซ็ตคอยล์สปริงและโช็คใหม่จากสำนัก TRD Sportivo ทั้งยังได้เพิ่มดิสก์เบรกหลัง จากรุ่นปกติที่เป็นดรัมเบรค


ในด้านระบบความปลอดภัยนั้นยังคงเดิม คือ มีถุงลมนิรภัย 7 จุดรอบคัน, ระบบป้องกันล้อล็อก ABS,EBD,BA, ระบบควบคุมการทรงตัว VSC, ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี TRC, ระบบป้องกันล้อหมุนฟรีแบบแอคทีฟ A-TRC, ระบบควบคุมการส่ายของส่วนพ่วงท้าย TSC, ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน HAC, ระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางชัน DAC และกล้องมองภาพด้านหลัง

Toyota Fortuner TRD Sportivo มีให้เลือกทั้งหมด 2 สี ได้แก่ สีดำ Attitude Black Mica และสีขาวมุก White Pearl (เพิ่มเงิน 12,000 บาท) และตัวถังสีขาวมุกยังสามารถเลือก Option เพิ่มเติมได้ คือหลังคา Wrap สติ้กเกอร์สีดำ Black Top (เพิ่มเงินอีก 8,000 บาท) 



รุ่นขับเคลื่อนสองล้อ 2WD
- 2.8 TRD Sportivoสีดำ ราคา 1,679,000 บาท
- 2.8 TRD Sportivo สีขาวมุก ราคา 1,691,000 บาท (สีขาวมุกหลังคาดำ ราคา 1,699,000 บาท)

รุ่นขับเคลื่อนสี่ล้อ 4WD
- 2.8 TRD Sportivo สีดำ ราคา 1,749,000 บาท
- 2.8 TRD Sportivo สีขาวมุก ราคา 1,761,000 บาท (สีขาวมุกหลังคาดำ ราคา 1,769,000 บาท)

       Toyota Fortuner TRD Sportivo ได้รับการพัฒนาแนวคิดการออกแบบโดยวิศวกรคนไทยจากบริษัท โตโยต้า มอเตอร์ เอเชีย แปซิฟิค เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ แมนูแฟคเจอริ่ง นับได้ว่าเป็นอีกหนึ่งยนตรกรรมแห่งความภาคภูมิใจของคนไทยอย่างเต็มภาคภูมิ!

ติดตามข่าวสารยานยนต์ได้บนแฟนเพจ MZ Crazy Cars
************************************

วันอาทิตย์ที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2559

Toyota Hilux Revo TRD Sportivo เตรียมเปิดตัวในงาน Motor Show!

       ใครที่กำลังรอ Toyota Hilux Revo TRD Sportivo อยู่ล่ะก็ เรามีข้อมูลมาอัพเดทให้ทราบกัน หลังจากที่คู่แข่งอย่าง Isuzu เปิดตัว D-Max X-Series ไปหมาดๆ ต่อไปถึงคิวของ Revo ที่จะต้องออกโรงแล้ว เรียกได้ว่าเป็นการออกมาฟัดกันโดยตรง!

ก่อนอื่นต้องขอทำความเข้าใจกันก่อนว่า เมื่อหลายเดือนที่แล้วโตโยต้ามีแคมเปญเอาใจขาลุย ด้วยการแถมชุดแต่งจากสำนัก TRD มูลค่า 49,000 บาท (เงินจำนวนนี้สามารถรับเป็นส่วนลดแทนก็ได้) แต่ยังไม่ใช่รุ่น TRD Sportivo ของทางโตโยต้าโดยตรง 



Toyota Hilux Revo TRD Sportivo จะมีทั้งตัวถัง Smart Cab และ Double Cab ซึ่งทางเราก็ได้ทำภาพกราฟฟิกตามข้อมูลที่ได้มา ไม่ใช่รูปจริงแต่อย่างใด

ภายนอกจะมีการเสริมอุปกรณ์ตกแต่งพิเศษคราวๆ ดังนี้
- สเกิร์ตด้านหน้า พร้อมไฟส่องสว่างเวลากลางวันแบบ LED
- กระจังหน้าโครเมียม พร้อมแถบสีดำ
- ฝากระโปรงหน้าแบบไม่มีคิ้ว
- ล้ออัลลอย TRD Sportivo ขนาด 17 นิ้ว
- กระจกมองข้างสีเดียวกับตัวรถ
- ชุดแต่งกันชนหลัง TRD Sportivo
- สปอร์ตบาร์ พร้อมพื้นปูกระบะ
- สติ๊กเกอร์ด้านข้างกระบะ "TRD Sportivo"
- กล้องมองภาพด้านหลัง (สำหรับ Double Cab)
- โช็คอัพและคอยล์สปริงหน้าจาก TRD Sportivo
- โช็คอัพและแหนบแผ่นซ้อนจาก TRD Sportivo


ส่วนภายในจะมีการเปลี่ยนแปลง ดังนี้
- แผงคอนโซลหน้าตกแต่งลาย Carbon Kevlar พร้อมแถบสีแดง
- พวงมาลัยหุ้มหนัง เดินด้ายสีแดง
- แผงข้างประตูสีดำ ตกแต่งด้วยลาย Carbon Kevlar พร้อมบุหนัง
- พรมรองพื้นห้องโดยสารสัญลักษณ์ TRD Sportivo
- หัวเกียร์หุ้มหนัง ตกแต่งด้วยแถบสีแดง (สำหรับเกียร์ธรรมดา)
- หัวเกียร์หุ้มหนัง ตกแต่งด้วยลาย Carbon Kevlar (สำหรับอัตโนมัติ)
- ถุงหุ้มคันเกียร์ และถุงหุ้มก้านเบรคมือหุ้มด้วยด้ายสีแดง
- เบาะนั่งหุ้มด้วยหนังสังเคราะห์และผ้าโทนสีดำ เดินด้ายสีแดง พร้อมสัญลักษณ์ TRD
- กล่องเก็บหลังคันเกียร์หุ้มด้วยหนัง เดินด้ายสีแดง
- เข็มขัดนิรภัยสีแดง
- วิทยุ FM/AM เครื่องเสียง 2DIN เล่น CD MP3 แบบใหม่ (สำหรับ Smart Cab)
- วิทยุ FM/AM เครื่องเสียงเล่น DVD ได้ พร้อมหน้าจอสัมผัส รองรับระบบ T-Connect (สำหรับ Double Cab)

       ขุมพลังจะมีเพียงเครื่องยนต์ 2GD-FTV ขนาด 2.4 ลิตร กำลัง 150 แรงม้า พร้อมเกียร์ธรรมดาและอัตโนมัติ 6 สปีด สีตัวถังจะเพิ่มสีส้มใหม่เข้ามาให้เลือกอีกด้วย โดยการเปิดตัวอย่างเป็นทางการจะเกิดขึ้นในงาน Motor Show 2016 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 23 มีนาคม ถึงวันที่ 3 เมษายน 2559 ที่เมืองทองธานี และพร้อมส่งมอบรถได้ในเดือนเมษายนนี้!


ติดตามข่าวสารยานยนต์ได้บนแฟนเพจ MZ Crazy Cars
************************************

Mitsubishi Triton รุ่นพิเศษใหม่ ภายในเพิ่มจอแถวที่สอง ลุยงาน Motor Show!

       กระบะ Mitsubishi Triton ยังออกมาสร้างความร้อนแรงอย่างต่อเนื่องด้วยการเตรียมเปิดตัวรุ่นพิเศษใหม่ที่มีการตกแต่งภายนอกและเพิ่ม Options ใหม่ๆเข้ามา เจอกันในงาน Motor Show ปลายเดือนนี้!
Mitsubishi Triton Double Cab Plus GLS-LTD รูปลักษณ์ภายนอกที่มีการเสริมชุดแต่ง ได้แก่ การ์ดกันชนด้านหน้าสีเงิน, ล้ออัลลอยขัดเงาลายใหม่ขนาด 17 นิ้ว และบันไดข้างแบบใหม่ตกแต่งด้วยโครเมียม นอกนั้นยังไม่มีอะไรต่างจากรุ่นปกติ

ในส่วนของภายในจะมีการติดตั้งจอภาพสำหรับผู้โดยสารตอนหลัง (Roof Monitor) ถือว่ารุ่นแรกที่มีติดตั้งมาให้ในรถกระบะ นอกจากนี้เบาะนั่งของผู้ขับขี่จะปรับด้วยระบบไฟฟ้า 8 ทิศทาง (Power Seat) ซึ่งปกติจะมีอยู่ในเฉพาะรุ่น GLS-LTD ขับเคลื่อน 4 ล้อเท่านั้น


นายโมะริคาซุ ชกกิ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า “มิตซูบิชิได้เตรียมแนะนำรถกระบะไทรทัน ใหม่ Double Cab Plus GLS-LTD พร้อมชุดแต่งพิเศษ ในงานบางกอกอินเตอร์เนชั่นแนลมอเตอร์โชว์ ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 23 มีนาคม ถึง 3 เมษายน 2559 นี้ เพื่อตอกย้ำกลยุทธ์ด้านผลิตภัณฑ์ของบริษัทฯ ที่เน้นการชูจุดเด่นเรื่องความคุ้มค่าสูงสุดแก่ผู้บริโภค พร้อมด้วยความหรูหราและสะดวกสบายของห้องโดยสารอย่างรถยนต์นั่ง”

มิตซูบิชิ ไทรทัน ใหม่ ดับเบิ้ลแค็บพลัส จีแอลเอส ลิมิตเต็ด (Double Cab Plus GLS-LTD) พร้อมชุดแต่งพิเศษจากโรงงานผลิตรถยนต์มิตซูบิชิในประเทศไทย ใช้เครื่องยนต์ MIVEC CLEAN Diesel ขนาด 2.4 ลิตร ที่ให้ความสมดุลย์ของสมรรถนะและความสามารถในการประหยัดน้ำมันสูงสุดถึง 20%

Mitsubishi Triton รุ่นพิเศษนี้ จะผลิตจำนวนจำกัด และมีทั้งหมด 3 สี ให้เลือก ได้แก่

- สีขาว White Pearl (เพิ่ม 7,000 บาท)
- สีดำ Pyreness Black
- สีฟ้า Impulse Blue ใหม่

ราคาของ Mitsubishi Triton Double Cab Plus GLS-LTD รุ่นพิเศษ มี 2 รุ่นย่อย ดังนี้
- รุ่นเกียร์ธรรมดา ราคา 844,000 บาท
- รุ่นเกียร์อัตโนมัติ ราคา 889,000 บาท


       Mitsubishi Triton Double Cab Plus GLS-LTD รุ่นพิเศษ เตรียมเปิดตัวในงาน Bangkok International Motor Show ระหว่างวันที่ 23 มีนาคม ถึง 3 เมษายนนี้ ที่อิมแพ็ค Challenger Hall เมืองทองธานี!

ติดตามข่าวสารยานยนต์ได้บนแฟนเพจ MZ Crazy Cars
************************************